30 มี.ค. 69 - ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาและเห็นชอบรายงานศึกษาการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณสถานอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน ของคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ พร้อมข้อเสนอปรับโครงสร้างการบริหาร จัดตั้งหน่วยงานระดับชาติ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และเร่งปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย

image

           การประชุมวุฒิสภาที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณารายงานที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา พิจารณาศึกษาแล้วเสร็จ เรื่องการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณสถานอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยมี นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานกรรมาธิการฯ ระบุถึงการศึกษาในประเด็นดังกล่าวว่า มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและประเพณีทำหน้าที่ เพื่อมุ่งวิเคราะห์สภาพปัญหา อุปสรรค และแนวทางอนุรักษ์แหล่งโบราณสถาน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ผลการศึกษาพบว่าโบราณสถานของไทยเป็นมรดกสำคัญทั้งด้านอัตลักษณ์ชาติ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ โดยมีโบราณสถานที่สำรวจแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 แห่ง แต่ขึ้นทะเบียนได้เพียงกว่า 2,000 แห่ง ส่งผลให้หลายพื้นที่ขาดการดูแล และเผชิญปัญหาการบุกรุก การทำลาย รวมถึงผลกระทบจากโครงการพัฒนา

         ขณะเดียวกัน การศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ พบว่าความสำเร็จเกิดจากการกระจายอำนาจ การกำหนดบทบาทหน่วยงานชัดเจน การสนับสนุนงบประมาณ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ขณะที่ประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดจากการรวมศูนย์อำนาจ การทำงานซ้ำซ้อน และการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มงวด คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้ปรับโครงสร้างการบริหาร โดยจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการโบราณสถานและแหล่งมรดกวัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการวิจัย ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ควบคู่กับการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมกันนี้ เสนอให้เร่งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ให้มีความทันสมัย กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบต่อมรดกวัฒนธรรม และเชื่อมโยงการอนุรักษ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

           ภายหลังคณะกรรมธิการนำเสนอผลการศึกษา สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง อาทิ ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ เสนอให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องควบคู่การคุ้มครองโบราณสถาน ผ่านมาตรการทางกฎหมายและการประเมินผลกระทบอย่างเข้มงวด นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เสนอให้ส่งเสริมการเรียนรู้มรดกท้องถิ่นผ่านหลักสูตรการเรียนที่ได้รับการบรรจุตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน เสนอให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น บล็อกเชนและข้อมูลเปิด เพื่อยกระดับการจัดการโบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรม เพิ่มความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และลดข้อขัดแย้งในอนาคต

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ