นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการใช้สิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 173 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบกรณีรัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ภายหลังการหารือร่วมกันอย่างรอบคอบ พรรคเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะในส่วนของวงเงิน 200,000 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว และยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเพียงพอ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวมีการรวม 2 แผนงานไว้ในฉบับเดียวกัน ขณะที่เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การออก พ.ร.ก. ต้องเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ พรรคประชาชนเตรียมใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการเข้าชื่อ สส. เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นร่างคำร้องที่พรรคจัดทำขึ้น โดยจะดำเนินการตามมติที่ประชุม สส. ของพรรค
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นคำร้องในประเด็นเดียวกัน นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคยินดีเปิดให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วมลงชื่อ โดยที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับพรรคการเมืองอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม พรรคให้ความสำคัญกับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การใช้กลไกดังกล่าวนำไปสู่การขยายขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเกินความจำเป็น จึงเห็นว่าพรรคประชาชนควรเป็นผู้ยกร่างคำร้องหลักด้วยตนเอง
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงมาตรการเยียวยาของรัฐบาลว่า แม้รัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารสามารถตรา พ.ร.ก. ได้ แต่พรรคมีข้อกังวลต่อการใช้อำนาจในครั้งนี้ ว่าอาจไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมถึงยังมีคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดของการใช้งบประมาณเพื่อการเยียวยาประชาชน สำหรับกรอบเวลาการยื่นคำร้องนั้น พรรคได้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้ ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 14 พฤษภาคม
นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านพยายามใช้กลไกในสภาเพื่อติดตามและขอคำชี้แจงจากรัฐบาล ผ่านการตั้งกระทู้ถามสด โดยคาดหวังว่าหากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ จะมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงแทน แต่สุดท้ายเป็นนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ แทน
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง