นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคกล้าธรรม ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องปัญหาสารพิษปนเปื้อนข้ามพรมแดน ไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) โดยสะท้อนถึงสถานการณ์การปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงราย รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำโขง
นางมลธิชา กล่าวว่า ภายหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงรายเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ได้มีการตรวจพบสารปนเปื้อนประเภทสารหนูและโลหะหนักในพื้นที่ประสบอุทกภัย และในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 ยังพบปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีตุ่มพุพอง สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติของระบบนิเวศและความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนอย่างชัดเจน จากการตรวจวัดสารหนูและโลหะหนักในช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2568 พบว่าค่าเกินมาตรฐานในแม่น้ำทุกสายข้างต้น ขณะที่ผลตรวจล่าสุดจากกรมควบคุมมลพิษ ทั้งคุณภาพน้ำและตะกอนดิน พบการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง สูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 9 เท่า โดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พบค่าสูงถึง 296 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมในตะกอนดิน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนในกลุ่มเปราะบางได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำในบ่อบริเวณบ้าน แม้เพียงอาบน้ำก็เกิดผื่นแดง สะท้อนให้เห็นว่ามลพิษไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ต้นน้ำ แต่ได้ไหลสะสมลงสู่ระบบนิเวศตลอดแนวลำน้ำ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว จนทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ชะลอตัว จึงเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่ารัฐบาลจะใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นทางอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว โดยกรมควบคุมมลพิษได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และส่งคณะทำงานหารือกับฝ่ายเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นตอของสารพิษแล้ว แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันให้เกิดข้อตกลงร่วมกันให้ได้ พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แม่น้ำกก และหารือกับการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อหาแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาที่ปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำสำรองที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ ขณะเดียวกัน ในส่วนของระบบประปาหมู่บ้าน ได้ประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งทำความสะอาดท่อส่งน้ำ โดยการเป่าล้างตะกอนสารหนูตกค้างในท่อส่งน้ำตามโรงเรียน วัด โรงพยาบาล ชุมชน และสถานีอนามัย เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากระบบ
นายสุชาติ กล่าวว่า หากพื้นที่ใดยังตรวจพบสารพิษตกค้าง จะประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและการประปาส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ร่วมกับ สส.ในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะผลักดันมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มน้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยจะนำเรื่องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง