นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการรับมือปัญหามลพิษในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ตามโครงการ สว. พบประชาชน ณ จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนได้รับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชน ทั้งเรื่องสภาวะอากาศจากฝุ่น PM 2.5 และปัญหามลพิษทางน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมือตรวจวัดมลพิษทางอากาศอยู่บ้าง แต่การตรวจวัดมลพิษทางน้ำหรือสารเคมีปนเปื้อนในปัจจุบันยังต้องใช้ระยะเวลานานในการส่งตรวจ ตนจึงมีข้อเสนอว่าควรจะมีการเร่งจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ตรวจวัดสารพิษในพื้นที่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามหาวิทยาลัยในพื้นที่ 2-3 แห่ง มีความพร้อมอย่างยิ่งในการดำเนินการ โดยตนเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นเร่งด่วนที่ไทยสามารถดำเนินการได้ทันที และจะเกิดประโยชน์ต่อหลายภาคส่วน ได้แก่ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คือ การตรวจวัดและเฝ้าระวังสารพิษได้อย่างรวดเร็ว ด้านเกษตรกรรม คือ การช่วยเกษตรกรตรวจสารปนเปื้อนในพืชผลเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัยด้วยต้นทุนที่ถูกลง ด้านความมั่นคง คือ สามารถตรวจวัดและระบุปัญหามลพิษข้ามแดนได้ทันท่วงที พร้อมยกระดับข้อมูลเชิงนโยบายและการเฝ้าระวังเชิงรุก ซึ่งการมีห้องปฏิบัติการในพื้นที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการตรวจ แต่ยังเป็นการยกระดับความแม่นยำของข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายระดับประเทศ และช่วยเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว เพราะฉะนั้น ตนจึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาข้อเสนอของตนเป็นแนวทางหลักในการรับมือกับปัญหามลพิษที่คาดว่าประเทศไทยยังต้องเผชิญไปอีกนานต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง