นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามเรื่องสวัสดิการ การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และการเสริมสร้างขวัญกำลังใจของกำลังพลกองทัพไทย ทั้งในระหว่างและภายหลังการปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่ากองทัพถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาอธิปไตยของประเทศ แม้ไทยไม่มีเจตนารุกรานประเทศใด แต่ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์ที่ประเทศเพื่อนบ้านบางส่วนพยายามรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 10 เดือนที่ผ่านมา กำลังพลไทยต้องปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์สู้รบและเผชิญความเสี่ยงต่อชีวิต แต่ยังพบปัญหาเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการภายหลังการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ หรือ พ.ส.ร. รวมถึงเบี้ยเสี่ยงภัยของกำลังพลตามแนวชายแดน ซึ่งบางกรณียังไม่ได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ระบุว่า การพิจารณาสิทธิประโยชน์บางส่วนยังอาศัยการประเมินพฤติกรรมหรือระดับความเสี่ยงเป็นรายกรณี ส่งผลให้กำลังพลบางหน่วย เช่น ฝ่ายพลาธิการ หรือเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย อาจไม่ได้รับเบี้ยเสี่ยงภัย แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังเห็นว่ากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการมอบเหรียญกล้าหาญและสวัสดิการบางด้านอาจไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน จึงควรมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ยุคใหม่ พร้อมกันนี้ ได้ตั้งคำถามต่อรัฐบาล 4 ประเด็น ได้แก่ มาตรการด้านสวัสดิการและการสนับสนุนกำลังพลในพื้นที่สู้รบหรือพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิ เบี้ยเสี่ยงภัย ค่าตอบแทน ประกันชีวิต การรักษาพยาบาล และเงินเพิ่มพิเศษ พ.ส.ร. แนวทางการชดเชยเยียวยากรณีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ การยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ รวมถึงแนวทางดูแลทหารผ่านศึกหลังสิ้นสุดภารกิจ ทั้งด้านสวัสดิการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการประกอบอาชีพ
ด้าน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่ากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบหรือพื้นที่เสี่ยงภัยจะได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามปกติ พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ได้แก่ เบี้ยเลี้ยงสนาม โดยกำลังพลต่ำกว่ายศพันเอกพิเศษได้รับวันละ 240 บาท และยศพันเอกพิเศษได้รับวันละ 270 บาท รวมถึงค่าเสบียงและค่าเลี้ยงดู 21 บาทต่อคนต่อวัน ส่วนเงินเพิ่มพิเศษ พ.ส.ร. สำหรับข้าราชการทหารไม่เกิน 4 ชั้นยศ และเงินรางวัลสำหรับทหารกองประจำการ จะพิจารณาตามพฤติกรรมและภารกิจที่ปฏิบัติ สำหรับกรณีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินเยียวยาตามระดับอาการ หากบาดเจ็บเล็กน้อยและแพทย์วินิจฉัยแล้ว จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50,000 บาท กรณีบาดเจ็บมากได้รับ 500,000 บาท และกรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 20 วัน จะได้รับ 1 ล้านบาท ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ครอบครัวจะได้รับการช่วยเหลือรวมประมาณ 11 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินเยียวยาหลัก 10 ล้านบาท รวมถึงเงินช่วยเหลือจากส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมีเงินช่วยเหลือผู้พิการเดือนละ 2,000 บาท
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่ากำลังพลที่ได้รับคำสั่งปฏิบัติหน้าที่มีสิทธิได้รับบัตรทหารผ่านศึก โดยสามารถติดต่อขอใช้สิทธิผ่านสำนักงานองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกประจำจังหวัด ซึ่งมีอยู่เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับผู้ถือบัตรทหารผ่านศึกชั้นที่หนึ่งในกรณีทุพพลภาพหรือพิการ จะได้รับเงินเลี้ยงชีพระหว่าง 6,500-9,000 บาทต่อเดือน พร้อมเงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติอีก 6,000 บาทต่อเดือน และหากเป็นผู้พิการขั้นรุนแรงจะได้รับเพิ่มอีก 1,000 บาทต่อเดือน ส่วนกรณีเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับสิทธิผู้ถือบัตรชั้นที่หนึ่ง และเงินช่วยเหลือไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ผ่านการขอพระราชทานยศทหาร การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมถึงการมอบเหรียญบางระจันและเหรียญกล้าหาญ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง