18 พ.ค. 69 - พรรคประชาชน เตรียมผลักดันแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ย้ำ 3 หลักการสำคัญ เปิดทางประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ป้องกันการผูกขาด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. มองรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 เอื้อฮั้วระบบการเมือง

image

         นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงแนวทางผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับใหม่ร่วมกับภาคประชาชน โดยระบุว่า ปชน.และภาคประชาชนเห็นพ้องว่า กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และต้องยึดหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แม้อยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 การป้องกันการผูกขาดการจัดทำรัฐธรรมนูญ และการไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยสมาชิกรัฐสภาทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมกันในการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญตลอดทั้งกระบวนการ

          นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนพร้อมเสนอและผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่ยึดหลักการทั้ง 3 ประการเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน พร้อมจัดสรร สส.ของพรรคบางส่วนร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองอื่น หากมีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักการดังกล่าว รวมถึงพร้อมสนับสนุนภาคประชาชนในการรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เข้าสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

          ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ปชน. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 นำพาประเทศเข้าสู่ระบบการเมืองที่เอื้อให้เกิดการฮั้วกันได้ทั้งระบบ ทั้งการใช้องค์กรอิสระและวุฒิสภาเป็นเครื่องมือ โดยการออกแบบที่มาของ สว.ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และใช้ระบบเลือกกันเอง เปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองบางกลุ่มสามารถควบคุมเสียงของ สว.ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญยังให้อำนาจ สว.ในการคัดเลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จนเกิดข้อครหาว่ารัฐบาลอาจควบคุมองค์กรอิสระได้ด้วย ส่งผลให้กลไกตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันและการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบอ่อนแอลง

         นายพริษฐ์ ยกตัวอย่างกรณีการตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากมีข้อสงสัยว่า ป.ป.ช.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปกป้องบุคคลในรัฐบาล การร้องเรียนต้องผ่านประธานรัฐสภาก่อนส่งต่อไปยังศาลฎีกา ซึ่งหากประธานรัฐสภาไม่อนุมัติ จะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ อีกทั้งหากต้องการร้องเรียนประธานรัฐสภา จะต้องยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.อีกทอดหนึ่ง ส่วนกรณีการตรวจสอบ กกต. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินคดีฮั้ว สว. รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 ยังตัดสิทธิประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระออกไป ทำให้กระบวนการตรวจสอบแทบไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ปชน.ยังกังวลว่า หลังจากนี้อาจเกิดความพยายามทำทุกวิถีทางให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือหากเดินหน้าต่อได้ อาจทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เปิดทางให้ผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปขน.ยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกของสภา เพื่อผลักดันให้ประเทศมีระบบและระบอบการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ