สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นายเซีย จำปาทอง นางสาวกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล นายกฤช ศิลปชัย นายเอกราช อุดมอำนวย และนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้นำร่างกฎหมาย 6 ฉบับกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง หลังคณะรัฐมนตรีไม่ได้นำร่างกฎหมายที่ค้างมาจากสภาชุดก่อนกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ส่งผลให้ร่างทั้งหมดตกไป สำหรับร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 ร่างพระราชบัญญัติการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (ร่าง พ.ร.บ. PRTR) ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงงาน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร โดยบางร่างจะยื่นในเนื้อหาเดิม ขณะที่บางร่างอาจมีการปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเสนอเข้าสภาอีกครั้ง
นายพริษฐ์ กล่าวว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 ยึด 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ การเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มากที่สุด การป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผูกขาดการกำหนดเนื้อหารัฐธรรมนูญ และการไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สมาชิกวุฒิสภาในการชี้ขาดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมคาดว่า ในวาระแรกของการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีอย่างน้อย 2 ร่างเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา และอาจมีร่างเพิ่มเติมจากพรรคการเมืองอื่นด้วย
นางสาวกมนทรรศน์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. PRTR มีเป้าหมายจัดทำระบบฐานข้อมูลสารมลพิษและสารเคมีอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้ผู้ครอบครองสารเคมีและผู้ปล่อยมลพิษต้องรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้สะดวกและไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการมลพิษของประเทศ รวมถึงสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลให้ภาคธุรกิจ
ด้านนายกฤช กล่าวว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.โรงงาน มีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเป็นมิตร
ขณะที่ นายเซีย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เกิดจากการรวบรวมข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานโดยตรง และแม้ร่างดังกล่าวเคยผ่านวาระแรกของสภาและเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้ว แต่ภายหลังการยุบสภา กลับไม่ได้รับการรับรองจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ทำให้แรงงานจำนวนมากรู้สึกผิดหวัง
ส่วนนายเลาฟั้ง กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีป่าไม้และที่ดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากปัญหาการถือครองที่ดินและพื้นที่ป่า ทั้งที่หลายกรณีอยู่อาศัยหรือทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่า หรืออยู่ในเงื่อนไขที่รัฐเคยผ่อนผันไว้
ด้าน นายเอกราช กล่าวว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร มีเป้าหมายเพื่อตั้งคำถามต่อการใช้ศาลทหารในคดีการเมืองที่ผ่านมา โดยมองว่าศาลทหารถูกใช้รองรับวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และไม่สามารถสร้างความยุติธรรมให้ประชาชนได้อย่างแท้จริง
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง