20 พ.ค. 69 - สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม มุ่งลดขั้นตอนราชการ เพิ่มความโปร่งใส และเปิดทางใช้ AI ช่วยบริหารจัดการ

image

         การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 14 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้ง โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือการยกระดับบริการภาครัฐ กำหนดให้หน่วยงานจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน ระบุขั้นตอน ระยะเวลา และเอกสารที่ชัดเจน รวมถึงตั้งศูนย์บริการร่วม เพื่อลดขั้นตอนซ้ำซ้อนและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

        นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการแก้ไขร่างมาตรา 23 ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า เป็นการเชื่อมโยง 2 นวัตกรรมทางกฎหมาย โดยเปิดช่องให้รัฐบาลกำหนดกฎเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตได้คล่องตัว ขณะเดียวกันสภาผู้แทนราษฎรยังสามารถตรวจสอบได้ ผ่านการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เกี่ยวกับกติกาการอนุญาต และต้องส่งให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณา 30-60 วัน ก่อนมีผลใช้บังคับ หากไม่มีมติทักท้วง

         นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของระบบราชการไทยไม่ได้มีเพียงค่าใช้จ่าย แต่รวมถึงความล่าช้า ความซับซ้อน และความไม่แน่นอนของขั้นตอน ทำให้ประชาชนต้องติดต่อหลายหน่วยงาน ใช้เอกสารซ้ำซ้อน และเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเลือกประเทศที่มีระบบอนุญาตรวดเร็วและโปร่งใสมากกว่า

        ด้าน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สนับสนุนการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อลดเวลาและลดการคอร์รัปชัน ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ปชป. ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นนวัตกรรมทางกฎหมายที่เปิดทางให้รัฐบาลกำหนดระบบอนุญาตอัตโนมัติ การขยายเวลาใบอนุญาต และการกำหนดใบอนุญาตหลัก-รอง พร้อมเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งจัดทำข้อบังคับรองรับการพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาและการลงมติทักท้วงไว้ล่วงหน้า

        อย่างไรก็ตาม ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ด้วยคะแนนเห็นด้วย 435 คน ไม่เห็นด้วย 1 คน งดออกเสียง ไม่มี และงดออกเสียง 3 คน ส่งผลให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 นำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ