นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายชาญวิทย์ เพียแสน ผู้แทนสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มูลค่าโครงการรวม 1,621,099,000 บาท ว่ามีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระบวนการฉ้อฉลทางกฎหมายและการยุติธรรม หรือส่อทุจริตหรือไม่
นายชาญวิทย์ ผู้แทน ส.ต.ป. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อสร้างความชอบธรรมทางเอกสาร ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนบางกลุ่ม และบิดเบือนการแข่งขันอย่างเสรี โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสงสัย 3 ประเด็นหลัก คือ การกำหนดเงื่อนไขในขอบเขตงาน (TOR) มีการกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อกว่า 1,500 สาขา ซึ่งพบว่าพื้นที่สื่อดังกล่าวอยู่ภายใต้สัมปทานของเอกชนรายใหญ่เพียงรายเดียว และมีความเชื่อมโยงทางธุรกิจกับกลุ่มกิจการร่วมค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการ จึงอาจเข้าข่ายเป็นการจำกัดการแข่งขัน ขณะที่ระยะเวลาการเปิดรับซองประมูลที่โครงการนี้เปิดรับซองประมูลเพียง 34 วัน ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวสิ้นปี แม้จะเป็นไปตามกรอบเวลาขั้นต่ำของกฎหมาย แต่สำหรับโครงการด้านไอทีขนาดใหญ่ระดับพันล้านบาท อาจทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นไม่สามารถเตรียมระบบหรือประสานงานกับต่างประเทศได้ทันเวลา อีกทั้งความโปร่งใสของคู่สัญญาที่พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการแบ่งสัญญาและการกระจายวงเงินให้กับเอกชน 2 บริษัทในวันเดียวกัน รวมถึงโครงสร้างธุรกิจของบางบริษัทที่เกี่ยวข้อง มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยตรง
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการที่มีข้อน่าสงสัยและอาจมีความเชื่อมโยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งอาจมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ในเบื้องต้นทางคณะกรรมาธิการฯ จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นข้อสังเกตที่ได้รับมา และจะพิจารณาเชิญบุคคล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง