23 มิ.ย. 69 - ประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา รับเรื่องร้องคัดค้านร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม จากเครือข่ายสหกรณ์โคนมและสถานศึกษาด้านการเกษตร กังวลสัดส่วนคณะกรรมการมิลค์บอร์ดที่มีผู้แทนภาคเอกชนจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรม การจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียนและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตน้ำนมดิบล้นตลาด

image

          นายสุนทร เชาว์กิจค้า สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมด้วยนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภาจากกลุ่มอาชีพด้านการเกษตร รับการยื่นหนังสือจากกลุ่มเครือข่ายสหกรณ์โคนม ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร ตากฟ้า จำกัด จังหวัดนครสวรรค์ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด จังหวัดสระบุรี และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) จังหวัดราชบุรี และผู้แทนกลุ่มสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านการเกษตร เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเฉพาะจำนวนสัดส่วนของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (คณะกรรมการมิลค์บอร์ด) ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน พร้อมขอความเป็นธรรมการจัดสรรสิทธิโครงการนมโรงเรียน และขอให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เนื่องจากเมื่อ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นมา ได้รับการปฏิเสธซื้อน้ำนมดิบจากคู่ค้าโดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกรสมาชิกได้ เนื่องจากถูกกีดกันจากนโยบายภาครัฐใน โครงการนมโรงเรียน

          นายสุนทร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์จะนำปัญหาดังกล่าวไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป

          นายเศรณี กล่าวว่าอุตสาหกรรมโคนมไทยเผชิญปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการถูกกดราคารับซื้อน้ำนมดิบและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลดำเนินโครงการนมโรงเรียน วงเงินประมาณ 14,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงนมที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างตลาดรองรับน้ำนมดิบของเกษตรกรอย่างมั่นคง โดยนมโรงเรียนรองรับผลผลิตน้ำนมดิบประมาณร้อยละ 40 ของตลาดทั้งหมด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการคุ้มครองอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมเผยว่าปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำนมดิบในอุตสาหกรรมนมประมาณวันละ 5,000 ตัน ขณะที่เกษตรกรสามารถผลิตได้ประมาณวันละ 2,900-3,900 ตัน โดยหลักเกณฑ์ของโครงการนมโรงเรียนกำหนดให้สหกรณ์โคนมและสถาบันการศึกษาด้านการเกษตรได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการเป็นลำดับแรก เนื่องจากถือเป็นนโยบายสาธารณะของรัฐ อย่างไรก็ตาม ตนมีข้อกังวลต่อโครงสร้างคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ตามร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากมีผู้แทนจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนมเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบาย จึงเห็นว่าอาจเกิดข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการกำหนดหลักเกณฑ์ สิทธิ และสัดส่วนการบริหารจัดการโครงการนมโรงเรียนในอนาคต

คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ