นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และนายธนาธาร ประมูลพงษ์ โฆษก กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากตัวแทนประชาชนอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายอาคมเจตน์ พันเฉลิมชัยโชค นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด แต่ยังมีการลงนามคำสั่งและแถลงนโยบาย
โดย นายธนาธาร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรองผลการเลือกตั้งให้นายอาคมเจตน์ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับนายอาคมเจตน์ ซึ่งตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบมาตรา 81 และมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนผู้ร้องเรียนพบพยานหลักฐานว่า ภายหลังศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว นายอาคมเจตน์ยังคงลงนามในคำสั่งแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรี และแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ นอกจากนี้ ยังพบข้อสังเกตในเอกสารรายงานที่ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งระบุวันที่เริ่มหยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามคำสั่งศาล จึงเกิดข้อสงสัยว่า การออกคำสั่งแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรี รวมถึงการใช้อำนาจทางปกครองภายหลังศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
ด้าน นางสาวภคมน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่ง กมธ.จะนำเข้าสู่การพิจารณาตามอำนาจหน้าที่โดยเร่งด่วน พร้อมประสานเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าผู้ที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. เหตุใดจึงยังสามารถใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองและดำเนินการในฐานะผู้บริหารท้องถิ่นได้ต่อไป
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง