นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต่อการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 โดยยืนยันว่า ไม่ใช่งบประมาณที่ไร้อนาคต ตามที่ถูกอภิปราย แต่เป็นความพยายามปรับโครงสร้างงบประมาณที่หมักหมมมานาน โดยหากยังจัดทำงบประมาณแบบเดิมเหมือนในอดีต นั่นต่างหากคือการปล่อยให้ประเทศไม่มีอนาคต เพราะตัวเลขหลายส่วนเป็นภาระผูกพันต่อเนื่องมาหลายปี หลายรัฐบาลเห็นปัญหาเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจัง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า งบประมาณ ปี 2570 ยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะมีข้อจำกัดทั้งเวลาและวงเงิน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปวิธีจัดทำงบประมาณ โดยได้หารือกับ ท่านนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ถึงแนวทางที่จะทำงานร่วมกันหลังจากนี้ ซึ่งก็ได้ชวนเพื่อนสมาชิก สส. ไว้ก่อนหน้านี้ให้มาช่วยกันทำ เพราะเชื่อว่าหากไม่ทำ อนาคตระบบโครงสร้างของงบประมาณประเทศไปต่อไม่ได้ ส่วนจะทำแบบไหนก็ต้องใช้ความร่วมมือของสภาฯ ทั้งการแก้กฎหมาย ขอความรู้ ประสบการณ์จากหลายคน ระดมสมองว่าจะทำแบบไหน
ประเด็นสำคัญคือการจัดเก็บรายได้รัฐ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ใหม่ เพราะเครื่องมือที่มีอยู่ช่วยให้เก็บภาษีดีขึ้นบางส่วน แต่ยังไม่พอรองรับภาระของประเทศ
นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนการจัดทำงบประมาณและการกู้เงิน รัฐบาลจะเดินตามแผนการคลังระยะปานกลาง พยายามลดการขาดดุลลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะเห็นตัวเลขหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน และไม่ต้องการทำงบแบบตามน้ำจนกระทบวินัยการเงินการคลัง
ในส่วนของเรื่องความโปร่งใส ปีนี้รัฐบาลไม่รอให้กรรมาธิการร้องขอ แต่จัดส่งไฟล์ Excel รายละเอียดงบประมาณให้วิเคราะห์ล่วงหน้า พร้อมตัดลดโครงการที่ไม่จำเป็น ทั้งการสร้างตึกใหม่ ถนนโครงการใหม่ และโครงการซ้ำซ้อนในงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
นายภราดร กล่าวว่า งบฯ จังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกตัดลด เพราะหลายโครงการไปทำภารกิจซ้ำกับหน่วยงานหลัก เช่น ถนนที่ควรเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เขื่อนป้องกันตลิ่งที่เป็นงานของโยธาธิการ หรือการขุดลอกคูคลองที่เกี่ยวกับกรมชลประทาน ไม่ใช่เอางบฯ จังหวัดไปทำซ้ำอีก งบฯ จังหวัดควรใช้สร้างการพัฒนาจริง ไม่ใช่เป็นทางลัดของโครงการที่มีหน่วยงานประจำรับผิดชอบอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องการกระจายอำนาจว่า ปีนี้หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถูกตัดลดงบประมาณ แต่มีเพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้ถูกลด และเมื่อเทียบกับปีก่อนยังเพิ่มขึ้นเกือบหมื่นล้านบาท แม้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 35% เพราะติดข้อจำกัดวงเงินงบประมาณ
นายภราดร กล่าวอีกว่า รัฐบาลเริ่มใช้หลักติดตามผลลัพธ์งบประมาณ หากหน่วยงานใดมี KPI ดี จะมีผลต่อการตั้งงบปี 2571 แต่หน่วยงานใดสอบตกต้องถูกลดงบ นี่คือจุดเริ่มต้นของการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) เพื่อให้เงินภาษีประชาชนเกิดผลจริง
สำหรับภาระรายจ่ายประจำของภาครัฐ วันนี้รายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาท ถูกใช้ไปกับเงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการภาครัฐ และการชำระหนี้เกือบหมด จนเงินลงทุนต้องพึ่งเงินกู้ จึงต้องร่วมกันทบทวนโครงสร้างบุคลากรและสวัสดิการภาครัฐใหม่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจเริ่มแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐบาลต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง