1 ก.ค. 69 - สส.คริส พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2570 เสนอรัฐบาลปฏิรูประบบจัดเก็บรายได้ ผลักดันการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำของโลก (Global Minimum Tax) ในอัตราร้อยละ 15 และทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วน เพื่อเพิ่มรายได้รัฐกว่า 3.3 แสนล้านบาท พร้อมเสนอทบทวนการจัดสรรงบด้านความมั่นคงให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง

image

        นายคริส โปตระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างฯ วาระรับหลักการ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร พิจารณา ซึ่งวันนี้ (1 ก.ค.69) เป็นวันที่สามของการพิจารณา ว่า ตนเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 แต่มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่สำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายของประเทศ ตามที่งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ตั้งไว้ 3.78 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้เพียง 3 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ประเทศต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นถึง 8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของรายได้ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก ขณะเดียวกันตนขอขอบคุณ ครม. ที่ควบคุมการเติบโตของรายจ่ายให้ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา และมีมุมมองว่าโจทย์สำคัญคือการหาแหล่งรายได้ใหม่ 

         นายคริส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีข้อเสนอแนวทางหาเงินเพิ่มจากช่องทางที่รัฐบาลยังจัดเก็บไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรก คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทใหญ่ ตามที่ปัจจุบันมีการยกเว้นภาษีผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงสุดถึง 8 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 3 แสนล้านบาท พร้อมเสนอให้ไทยนำระบบภาษีเงินได้ขั้นต่ำของโลก (Global Minimum Tax) ที่อัตราร้อยละ 15 มาใช้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับ SMEs ไทยที่ไม่มีสิทธิพิเศษเหล่านี้ ส่วนที่สอง คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของชาวต่างชาติ เสนอให้ยกเลิกการยกเว้นภาษีร้อยละ 5 สำหรับคนต่างชาติที่ทำงานในไทย ซึ่งคาดว่าจะดึงเงินกลับมาได้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรวมทั้ง 2 ส่วนนี้จะทำให้รัฐมีเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 3.3 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

        นายคริส ยังกล่าวแสดงความกังวลต่อการปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหมลงกว่า 957 ล้านล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 2.03 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียงร้อยละ 1 ของ GDP โดยระบุว่ามาตรฐานโลกควรอยู่ที่ร้อยละ 3-5 หรือประมาณ 6 แสนล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการปกป้องประเทศท่ามกลางสถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาค พร้อมระบุว่างบประมาณด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศยุคใหม่ เช่น โดรน มีเพียง 3.2 ร้อยล้านบาท หรือไม่ถึงร้อยละ 0.1 ของงบกระทรวงกลาโหม และงบวิจัยพัฒนาอาวุธเองก็มีเพียง 2 พันล้านบาท หรือร้อยละ 1 เท่านั้น โดยกล่าวเตือนว่าหากไทยไม่เร่งพัฒนาศักยภาพทางการทหารให้เท่าทันโลกอาจเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงจากมหาอำนาจหรือประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังสร้างความสัมพันธ์กับขั้วอำนาจต่าง ๆ นอกจากนี้ พบว่าไทยกำลังเผชิญปัญหาแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านไหลทะลักเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย แต่รัฐบาลกลับตั้งงบประมาณจัดการเรื่องนี้เพียง 5 ร้อยล้านบาท ซึ่งตนมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา อย่างไรก็ตาม ในการทำจัดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในปีหน้า ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยเฉพาะการรักษาอำนาจอธิปไตยและการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องตกเป็นผู้เดินตามประเทศอื่นอีกต่อไป

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ