นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า งบประมาณของกระทรวงเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 2,654 ล้านบาท และกรมอุตุนิยมวิทยาได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 1,200 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบเตือนภัย
นายไชยชนก กล่าวถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า ได้รับการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ พร้อมระบุว่าภายหลังการเจรจากับคู่สัญญา ทำให้ภาครัฐได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น อีกทั้งระบบ AI ที่จะให้บริการมีประสิทธิภาพสูงกว่าข้อกำหนดในขอบเขตงาน (TOR) จึงเชื่อมั่นว่าการใช้งบประมาณกองทุนเป็นไปอย่างคุ้มค่า โดยประชาชนจะสามารถใช้บริการ AI จำนวน 31 โมเดล ภายใต้โครงการดังกล่าวได้ฟรีเป็นเวลา 1 ปี จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ เมื่อโครงการเปิดให้บริการ
สำหรับงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของ สดช. นายไชยชนก ชี้แจงว่าเป็นผลจากการดำเนินโครงการจัดหาระบบ Government Cloud ในลักษณะจัดซื้อรวมศูนย์ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการจัดซื้อได้ประมาณร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับการจัดซื้อแยกของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ บางหน่วยงานยังไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากมีสัญญาผูกพันเดิม หรือมีความจำเป็นต้องใช้ระบบเฉพาะด้าน เช่น กระทรวงการคลัง กรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม กระทรวงมีเป้าหมายขยายการจัดซื้อรวมศูนย์ให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต
ส่วนงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของกรมอุตุนิยมวิทยา นายไชยชนก กล่าวว่าจะนำไปใช้พัฒนาระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวและยกระดับระบบเฝ้าระวังภัยพิบัติ โดยติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการแจ้งเตือนประชาชน รวมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการพยากรณ์อากาศและการติดตามสถานการณ์ไฟป่า โดยยอมรับว่าแม้ปัจจุบันทั่วโลกยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำล่วงหน้า แต่การลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยมีระบบติดตามและแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง