นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมพิจารณาศึกษาและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย กรณีปัญหาสแกมเมอร์ (scammer) และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นโยบายทางกฎหมายเชิงรุกในการจัดการปัญหาดังกล่าว รวมทั้งการดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตลอดจนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ชี้แจงความคืบหน้าว่า ทางหน่วยงานได้สืบสวนและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในคดีหลอกลงทุนผ่านแอปพลิเคชันและคดีเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติรายใหญ่ โดยมีการบูรณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จนสามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนของพนักงานอัยการตามกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้แทนกองการต่างประเทศ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเส้นทางการเงินและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่ออายัดทรัพย์สินและออกหมายจับ แต่ยังคงประสบอุปสรรคสำคัญจากความล่าช้าในกระบวนการความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ และความซับซ้อนในการขออนุมัติหมายแดงจากองค์การตำรวจสากล (Interpol) แม้จะมีการจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลและประสานงานออนไลน์เพื่อบรรเทาความเสียหายให้ประชาชนแล้วก็ตาม
ด้านมาตรการควบคุมระบบการเงิน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงว่า ได้ยกระดับเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิสูจน์ตัวตนเชิงลึก (KYC) หากข้อมูลไม่เพียงพอต้องปฏิเสธการบริการทันที มิฉะนั้นต้องร่วมรับผิดชอบ พร้อมร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยคุมเข้มการฝาก ถอน และโอนหลักทรัพย์ให้ตรงกับชื่อบัญชีตนเองเพื่อขจัดปัญหาบัญชีม้า ตลอดจนขยายการตรวจสอบไปถึงแหล่งทุนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ส่วนผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการธุรกรรม ชี้แจงว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า มีธุรกรรมเชื่อมโยงความผิดมูลฐานโดยตรงในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อคดีอาญา แต่ได้ใช้มาตรการทางแพ่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว โดยปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ภายหลังการพิจารณา กมธ.ได้มีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ในการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหายตามสัดส่วนแห่งความเสียหายภายใต้คำสั่งศาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรม พร้อมทั้งกำชับให้เร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเด็ดขาดและเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและยกระดับความโปร่งใส
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง