นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการยกเลิกระเบียบการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 พ.ศ. 2569 ยืนยันว่า การยกเลิกระเบียบดังกล่าว เป็นเพียงการยกเลิกการปรับเพิ่มเงินค่าตอบแทนเท่านั้น มิได้เป็นการยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วย สส. หรือ สว. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน สำหรับประเด็นอัตราค่าตอบแทน ตามนโยบายของประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการเพิ่มค่าตอบแทนในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงให้คงอัตราค่าตอบแทนเดิมไว้
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนแก่ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภา ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้ระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่นายโสภณ ซารัมย์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ได้มีนโยบายและข้อดำริว่า การปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าวยังไม่สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในปัจจุบัน ประกอบกับปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง จึงได้ให้ชะลอและยกเลิกระเบียบการปรับเพิ่มค่าตอบแทนออกไปก่อน ซึ่งต่อมาที่ประชุม ก.ร. ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกระเบียบฉบับดังกล่าว ส่งผลให้ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีการเสนอคำของบประมาณในส่วนนี้
สำหรับประเด็นเรื่องอัตราค่าตอบแทน ในเบื้องต้นการเสนอปรับเพิ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นประมาณร้อยละ 20 อย่างไรก็ดี ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่า การปรับเพิ่มค่าตอบแทนในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงให้คงอัตราค่าตอบแทนเดิมไว้โดยปัจจุบันผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ชำนาญการ ได้รับค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้เชี่ยวชาญได้รับค่าตอบแทน 24,000 บาทต่อเดือน
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การออกระเบียบยกเลิกการเพิ่มค่าตอบแทนในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีกระแสข่าวบุคคลแอบอ้างตำแหน่งในรัฐสภาไปหาผลประโยชน์ภายนอกนั้น เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวการแอบอ้างตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากนโยบายการยกเลิกการปรับเพิ่มค่าตอบแทนเป็นข้อดำริของประธานสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 และสำนักงานฯ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ก.ร. มีมติเห็นชอบในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดกรณีการแอบอ้างตำแหน่งดังกล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของมาตรการป้องกันการแอบอ้างตำแหน่งในรัฐสภานั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เน้นย้ำและกำชับอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันมิให้ผู้มีประวัติเสื่อมเสียเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ อันอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการดำเนินงานของสถาบันนิติบัญญัติ
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง