26 ก.ค. 69 - กมธ.การเกษตรฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่เชียงราย ติดตามสถานการณ์ภาคการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ การรับมือภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนะคุมเข้มโรคระบาดสัตว์ชายแดน บูรณาการแผนน้ำทั้งระบบ ยกระดับสหกรณ์โคนม และเร่งแก้ภัยพิบัติอุทกภัยแม่สาย

image

        นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ประชุมร่วมกับ นายรุจิศักดิ์ รังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้แทนส่วนราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 33 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังสถานการณ์ภาคการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ การรับมือภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง สินค้าเกษตรอัตลักษณ์ และปัญหาอุปสรรคในพื้นที่
        รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รายงานว่า จังหวัดเชียงรายมีจุดเด่นด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และภาคการเกษตร โดยมีรายได้หลักจากภาคบริการและการท่องเที่ยว คิดเป็นกว่าร้อยละ 67 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ขณะที่ภาคการเกษตรมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 25 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนราว 130,000 ครัวเรือน ใช้พื้นที่เกษตรประมาณ 3.7 ล้านไร่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 116,000 ล้านบาท พืชเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ ข้าว ลำไย ส้มโอ สับปะรด และกาแฟ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังเผชิญปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ราคาผลผลิตผันผวน การขาดแคลนแรงงาน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งอากาศร้อนจัด ฝนทิ้งช่วง รวมถึงโรคพืชและแมลงศัตรูพืช ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ทางจังหวัดมีแผนพัฒนาแหล่งน้ำกว่า 400 โครงการ หากแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานเป็น 1.004 ล้านไร่ (ร้อยละ 26 ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด) และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักจาก 190 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นประมาณ 575 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว ด้านปศุสัตว์ มีการเลี้ยงโคเนื้อ กระบือ สุกร และไก่ไข่เป็นหลัก พร้อมเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์และควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างต่อเนื่อง
        ภายหลังรับฟังบรรยายสรุป คณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ 4 ด้าน คือ ด้านการเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ เสนอให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันโรคระบาดที่อาจลุกลามจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเตรียมความพร้อมด้านวัคซีน เวชภัณฑ์ และมาตรการเยียวยาเกษตรกรรายย่อย ด้านการบริหารจัดการน้ำ เสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานด้านน้ำ และจังหวัดเชียงราย บูรณาการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งการป้องกันอุทกภัย รับมือภัยแล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน และการกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตร ด้านสหกรณ์โคนม จากปัญหาราคาน้ำนมดิบตกต่ำและน้ำนมล้นตลาด เสนอให้ยกระดับการบริหารจัดการสหกรณ์โคนมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล โดยบูรณาการกำกับดูแลระหว่างสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิก ด้านการป้องกันอุทกภัยอำเภอแม่สาย เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาและดำเนินโครงการป้องกันอุทกภัยระยะยาว เช่น การก่อสร้างพนังกั้นน้ำ การป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง และศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการทางผันน้ำ (Flood Bypass) เพื่อบรรเทาความเสียหายต่อประชาชนและเศรษฐกิจในระยะยาว

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา /ข้อมูลและภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ