26 ก.ค.69 - รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เรียกร้องรัฐเร่งวางระบบป้องกันนอมินีต่างชาติกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยจริงจัง หวั่นคนไทยหมดสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้านในประเทศของตนเอง พร้อมเสนอเร่งผลักดัน พ.ร.บ.วิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อจัดระเบียบและยกระดับมาตรฐาน ปิดช่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านทำผิดกฎหมาย 

image

        นายเบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองเลขาธิการและรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย แสดงจุดยืน ต่อกรณีข่าวตำรวจบุกทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ ที่เข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยมูลค่าทะลุพันล้านบาท ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายทั่วไป แต่กำลังสะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่คุกคามระบบเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยของไทยอย่างรุนแรง โดยพรรคไทยสร้างไทย ยินดีต้อนรับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาอย่างถูกต้องและโปร่งใส แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดคือพฤติกรรมนอมินี หรือการใช้คนไทยถือครองกรรมสิทธิ์บังหน้า เพราะนอกจากจะสร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจแล้ว ผลกระทบใหญ่ที่สุดยังตกอยู่กับคนไทยที่อาจหมดโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง และเป็นการปล่อยให้อธิปไตยทางเศรษฐกิจถูกกัดกร่อนไปทีละน้อย เช่น บ้านและที่ดินไม่ใช่แค่สินค้าทั่วไป แต่มันคือทรัพยากรที่มีจำกัด

        นายเบสท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากยังปล่อยให้มีการใช้ช่องโหว่กฎหมายเข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่อไป ในระยะยาวราคาบ้านและที่ดินจะพุ่งสูงจนเกินเอื้อม คนไทยจะมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็ต้องแข่งขันกับกลุ่มทุนที่เล่นนอกกติกา พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องหันมาวางระบบป้องกันอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเร่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย บูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ชัดเจน และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวการใหญ่ คนรับจ้างเป็นนอมินี หรือผู้ที่อำนวยความสะดวกให้ขบวนการเหล่านี้ ต้องถูกตรวจสอบและรับผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่พรรคไทยสร้างไทยเสนอให้เร่งผลักดัน คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อจัดระเบียบและยกระดับมาตรฐานคนในวงการ ปิดช่องไม่ให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านในการทำผิดกฎหมาย กฎหมายดังกล่าวจะช่วยดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา ทั้งต่อผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ทำงานอย่างสุจริต

        นายเบสท์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการปราบปรามการใช้บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทน หรือนอมินี ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเป็นธรรม โดยผู้ลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายยังคงได้รับการต้อนรับ ขณะที่ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนด ควรได้รับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว 

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ