นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณา 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ความคืบหน้าคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และการตรวจสอบเส้นทางการเงินเครือข่ายชักชวนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex)
นายพิทักษ์เดช กล่าาว่า คณะกรรมาธิการฯได้ติดตามการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเปิดเผยผลการตรวจสอบพบการแก้ไขคะแนนสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีการแก้ไขคะแนนกว่า 5,900 ราย แบ่งเป็นผู้สอบไม่ผ่านที่ถูกเพิ่มคะแนน และผู้สอบผ่านที่มีการปรับคะแนนเพื่อเลื่อนลำดับ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าควรเร่งรัดการตรวจสอบพยานหลักฐานดิจิทัล ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และเยียวยาผู้สอบที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
ส่วนการติดตามคดีเครือข่ายลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงว่า คดีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายโบรกเกอร์ นายหน้า และผู้ให้บริการชำระเงิน (Payment Gateway) ที่ชักชวนประชาชนลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจพบความเชื่อมโยงของบริษัทในเครือหลายแห่งและเส้นทางการเงินจำนวนมาก ขณะที่ผู้แทนสำนักงาน ปปง. ระบุว่า การอายัดบัญชีต้องพิจารณาพยานหลักฐานภายใน 7 วัน หากไม่พบความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดต้องดำเนินการปลดอายัด โดยกรรมาธิการเสนอให้ปรับปรุงระบบตรวจสอบให้รวดเร็ว โปร่งใส และไม่กระทบผู้บริสุทธิ์
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังติดตามความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว. โดยดีเอสไอ รายงานว่า อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและประสานข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ป.ป.ช. และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) พร้อมระบุว่าคดีมีความซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ขณะที่สำนักงาน ปปง. เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มเป้าหมายแล้วกว่า 200 ราย และถือเป็นคดีทุจริตขนาดใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตว่า ทั้ง 3 คดีเป็นคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินคดีอย่างโปร่งใส ใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเส้นทางการเงินเป็นหลัก พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง