คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ประชุมหารือกับนางสาวจูเลีย ฟรอมโฮลซ์ (Ms.Julia Fromholz) หัวหน้าฝ่ายต่อต้านการทุจริตขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และคณะ
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวต้อนรับคณะว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญยิ่งของประเทศไทย ขณะที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาทางเทคนิคเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งครอบคลุมคณะทำงานกว่า 25 คณะ และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของฝ่าย OECD จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติไทยจะได้รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติโดยตรง ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันแนวทางเชิงรุกในการป้องกันการทุจริต ด้วยเป้าหมายร่วมกันที่จะนำพาประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 ย้ำว่าฝ่ายนิติบัญญัติของไทยให้ความสำคัญกับภารกิจนี้อย่างสูงสุด ขณะนี้ คณะกรรมาธิการฯ กำลังดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย แก้ไขช่องโหว่การทุจริต และเตรียมจัดสัมมนาร่วมกับภาคประชาสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเดือนหน้า
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำคณะเข้าพบปะหารือกับคณะกรรมาธิการในวันนี้เพื่อดำเนินการการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD และกล่าวถึงการจัดงานประชุมวิชาการประจำปีของสถาบันพระปกเกล้า (KPI Congress) ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 ณ รัฐสภา เป็นการจัดร่วมกับ OECD เพื่อให้ทราบองค์ความรู้ซึ่งเป็นเกณฑ์การเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยจะเชิญประเทศอื่นๆ ที่กำลังสมัครเป็นสมาชิก OECD และได้เชิญเลขาธิการ OECD เข้าร่วมด้วย ในโอกาสที่ตอบรับการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วระหว่างวันที่ 23 - 25 พฤศจิกายน 2569 นอกจากนี้ การประชุมเครือข่ายรัฐสภาโลกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Global Parliamentary Network-OECD GPN) เปิดให้สมาชิกรัฐสภาของประเทศที่สมัคร OECD เข้าร่วมการประชุมทุกปี การประชุมครั้งถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2570 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ขณะที่ ผศ.นพดล อินนา รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้าง ธรรมภิบาล วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย โดยได้ศึกษาติดตาม และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ผ่านเกณฑ์และเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างราบรื่น เช่นเดียวกับ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย เน้นเรื่องการแข่งขันทางการค้า และให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมวางแผนจัดสัมมนาในรัฐสภา และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างเครือข่ายความรู้และการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน
ด้านนางสาวจูเลีย ฟรอมโฮลซ์ (Ms.Julia Fromholz) หัวหน้าคณะผู้แทน OECD ได้กล่าวแสดงความชื่นชมความมุ่งมั่นและกรอบเวลาที่ท้าทายของประเทศไทย พร้อมให้ความช่วยเหลือและทำงานร่วมกับรัฐสภาไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย ประเด็นการประเมินกฎหมายและภาคปฏิบัติต้องใช้ระยะเวลา จึงขอให้ประเทศไทยเร่งปฏิรูปกฎหมายที่จำเป็นในระยะเริ่มแรกให้ตรงกับมาตรฐานตั้งแต่ต้นเพื่อมิให้เสียเวลาต้องย้อนกลับมาแก้ไขภายหลัง จากนั้นได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD อาทิ ขั้นตอนการประเมินด้าน Anti-Bribery (ABC) การเข้าเป็นสมาชิก WGB คณะทำงานว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบน (Working Group on Bribery-WGB)
สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร /ข้อมูล
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร /ภาพ