8 ส.ค. 69 - นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 70 สภาผู้แทนราษฎร จี้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายฯ กรณีผลพลอยได้จากกากอ้อย สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร

image

          นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กรรมาธิการ (กมธ.) และที่ปรึกษาคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าร่วมการประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการประชุมกมธ. เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณมาตรา 26 ของกระทรวงอุตสาหกรรม นายชาดากล่าวว่า ต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565 ซึ่งกำหนดให้กากอ้อยและกากน้ำตาลเป็นผลพลอยได้ โดยระบุว่า กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2565 แต่จนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่งตั้งคณะทำงานพิจารณาจัดทำประมาณรายได้จากกากอ้อยเมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

          นายชาดากล่าวว่า หากดำเนินการตามกฎหมาย ชาวไร่อ้อยจะได้รับประโยชน์เพิ่มประมาณตันละ 200 บาท หรือคิดเป็นเงินกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสนับสนุนเงินแก่ชาวไร่อ้อยตันละ 120 บาท แต่ กอน.กลับไม่ดำเนินการ ทั้งยังเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องการจ่ายเงินให้แก่ชาวไร่อ้อยโดยตรง นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การจัดที่นั่งในการประชุม กอน. ที่แยกผู้แทนโรงงานกับผู้แทนชาวไร่อ้อยออกจากกัน โดยเห็นว่าเป็นการไม่ให้เกียรติชาวไร่อ้อย พร้อมขอให้ปรับเปลี่ยนแนวทางดังกล่าว

          ด้านผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงมาตรการสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยปรับการจ่ายเงินจากเดิมตันละ 120 บาท เป็นการจ่ายตามพฤติกรรม ได้แก่ 69 บาทต่อตัน สำหรับการตัดอ้อยสด 31 บาทต่อตัน สำหรับการซื้อขายใบอ้อย 51 บาทต่อตัน สำหรับการไม่เผาหลังตัด ส่งผลให้ฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา อ้อยเผาลดลงเหลือร้อยละ 3.8 และอ้อยตัดสดเข้าหีบเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 96.2 ส่วนกรณีกากอ้อยตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565 กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และส่วนราชการ โดยประชุมแล้ว 4 ครั้ง และรายงานผลให้คณะกรรมการ กอน.ทราบแล้ว

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว 

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ