สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. .... ซึ่ง นางสาวการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์กับคณะ เป็นผู้เสนอ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลักการประกอบร่างกฎหมายระบุว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย มีมูลค่าคิดเป็นประมาณร้อยละ 35 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ภายในประเทศ และรองรับการจ้างงานประมาณร้อยละ 70 แต่ผู้ประกอบการยังเผชิญข้อจำกัดจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมถึงการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ร่างกฎหมายจึงเสนอให้จัดตั้งสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือสภาเอสเอ็มอี มีสถานะเป็นนิติบุคคลและดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ประกอบการในการเสนอแนะนโยบายต่อภาครัฐ ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และคุ้มครองประโยชน์ของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังกำหนดให้สภาเอสเอ็มอีมีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย รับเรื่องร้องเรียน และไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตลอดจนติดตามและเสนอให้ภาครัฐประเมินผลกระทบของมาตรการต่าง ๆ ที่อาจมีต่อผู้ประกอบการก่อนนำไปบังคับใช้ สำหรับการจำแนกประเภทกิจการ ร่างกฎหมายแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ วิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจขนาดย่อม และวิสาหกิจขนาดกลาง โดยพิจารณาจากการจ้างงาน รายได้ต่อปี มูลค่าสินทรัพย์ถาวร ความเป็นอิสระในการดำเนินกิจการ และสัญชาติ พร้อมเสนอให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. .... ผ่านเว็บไซต์รัฐสภา ในหมวดการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 กันยายน 2569
อรพรรณ ขันทองคำ / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง