27 ส.ค. 69 - นายธนภัทร ตระกูลภูชัย สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถาม รมว.คมนาคม ถึงปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดบนทางหลวง ขอเร่งแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่ รมช.คมนาคม เผยข้อมูลตั้งแต่ปี 64-69 พบโจรกรรมไฟฟ้าส่องสว่าง 108 ครั้ง มูลค่าเสียหายกว่า 17 ล้านบาท ยืนยันเร่งบูรณาการหน่วยงานแก้ปัญหา

image

         นายธนภัทร ตระกูลภูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งกระทู้ถามไปยัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงปทุมธานี โดยระบุว่า ทางหลวงหลายสายประสบปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด ดับ หรือมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้เส้นทางในช่วงเวลากลางคืน แม้จะมีการซ่อมบำรุงเป็นครั้งคราว แต่ยังมีข้อร้องเรียนจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการทราบว่ากระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงรับทราบปัญหาดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงมีข้อมูลจำนวนเสาไฟและหลอดไฟที่ชำรุดในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด มีการตรวจสอบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ตลอดจนขอให้เปรียบเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือนกับแขวงทางหลวงในพื้นที่ปริมณฑลอื่น พร้อมสอบถามมาตรการกำกับดูแลบริษัทผู้รับเหมางานซ่อมบำรุงให้สามารถแก้ไขไฟฟ้าที่ชำรุดได้อย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง และหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลา จะมีมาตรการปรับหรือบทลงโทษอย่างไร

         ด้านนายศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) ได้รับมอบหมายจาก รมว.คมนาคม ให้ตอบกระทู้ ระบุว่า จังหวัดปทุมธานีมีประชาชนย้ายเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จึงมีความต้องการใช้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงเพิ่มขึ้น โดยปัญหาไฟฟ้าชำรุดส่วนหนึ่งเกิดจากอุปกรณ์เสื่อมสภาพ ซึ่งสามารถแก้ไขได้เมื่อได้รับแจ้ง และมีงบประมาณรองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญอีกประการคือการลักขโมยสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี โดยข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบการโจรกรรมรวม 108 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 17 ล้านบาท สำหรับจำนวนไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงทุกสายในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงปทุมธานี มีเสาไฟทั้งหมด 5,802 ต้น ในจำนวนนี้มีไฟติดใช้งานได้ 4,360 ต้น และไฟไม่ติด 1,442 ต้น พร้อมยืนยันว่า หากเกิดจากการชำรุดของอุปกรณ์ สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที แต่หากเกิดจากการโจรกรรมจะดำเนินการได้ยากกว่า

         นายศิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดปทุมธานีที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดถึงแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเห็นว่าจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานระหว่างกรมทางหลวง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่า เพื่อป้องกันการรับซื้อสายไฟและอุปกรณ์ที่ถูกโจรกรรม ทั้งนี้ ปัญหาการโจรกรรมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดปทุมธานี แต่ยังพบในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น พระนครศรีอยุธยาและนนทบุรี จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการแก้ไขปัญหา โดยกระทรวงคมนาคมยืนยันว่ารับทราบปัญหาและจะเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงมีประสิทธิภาพและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ