นายราเชนท์ ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ กล่าวถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 หลังได้รับข้อร้องเรียนจาก นายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับการทบทวนกฎหมายดังกล่าวที่อาจเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน
นายราเชนท์ ชี้แจงถึงประเด็นข้อร้องเรียนที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขใบอนุญาต มีและใช้อาวุธปืน (ใบ ป.4) ซึ่งแต่เดิมไม่มีกำหนดหมดอายุ ให้กลายเป็นต้องยื่นขอต่ออายุทุกๆ 5 ปี (จากเดิมที่มีข้อเสนอ 3 ปี) มาตรการที่กำหนดให้ผู้ถือใบอนุญาต ป.4 ต้องนำส่งมอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว และการระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือใบ ป.3 แก่ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติครบถ้วน
นายราเชนท์ เปิดเผยสถิติอาวุธปืนในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีปืนที่ถูกกฎหมายประมาณ 6.2 ล้านกระบอก ขณะที่มีปืนผิดกฎหมายสูงถึง 4.2 ล้านกระบอก รวมแล้วมีอาวุธปืนหมุนเวียนในประเทศมากกว่า 10 ล้านกระบอก พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า เหตุใดจึงไม่เร่งปราบปรามและจัดการกับกลุ่มอาวุธปืนเถื่อนเหล่านี้ก่อน
นายราเชนท์ ระบุอีกว่า ได้นำเรื่องนี้ไปหารือกับ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกสร อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการใช้อาวุธปืน ซึ่งมีความเห็นสอดคล้องกันว่า รัฐบาลควรยับยั้งและทบทวนแนวทางการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไว้ก่อน เนื่องจากในปัจจุบันเกิดภาวะคนดีอยู่อย่างลำบาก แต่ผู้ครอบครองปืนเถื่อนกลับอยู่อย่างสบายใจ พร้อมเตรียมเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อพิจารณามาตรการควบคุมอาวุธปืนให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมต่อไป
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง