3 ก.ย. 69 - กมธ.ปราบปรามการฟอกเงินฯ เผยพบพฤติการณ์ทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นขบวนการ เร่ง ป.ป.ช.ตรวจเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้องทุกราย หลังพบเงินหมุนเวียนผิดปกติกว่า 9,000ล้านบาท ขณะเร่งประสาน ปปง. ตรวจเส้นทางการเงินคดีหลอกลงทุนทองคำเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

image

        นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่าที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้า 2 กรณี เรื่องแรกเป็นการตรวจสอบการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยเชิญผู้แทนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าชี้แจง จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าการทุจริตการสอบดังกล่าวมีลักษณะเป็นกระบวนการ มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันเป็นขั้นตอน โดยเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงบุคคลภายนอก โดยพบพฤติการณ์เรียกรับเงินหลายรูปแบบ ทั้งเงินสด การโอนเงิน และการซื้อทองคำ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขคะแนนจากผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน หรือเพิ่มคะแนนให้ผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้วมีลำดับที่ดีขึ้น นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบข้อมูลเกี่ยวกับ กระแสเงินที่มีการหมุนเวียนประมาณ 9,000 ล้านบาท ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายหน้า ผู้บริหารในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และบุคคลภายนอก

        คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและบทบาทของบุคคลแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงของธุรกรรมกับกระบวนการทุจริตอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบการทุจริตเป็นรายบุคคลยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังไม่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบกระดาษคำตอบต้นฉบับกับไฟล์สแกนของผู้เข้าสอบทั้งหมด ขณะที่สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างตรวจสอบกระดาษคำตอบต้นฉบับกว่า 800,000 แผ่น จึงเสนอให้สำนักงาน ป.ป.ช. เร่งรัดการตรวจสอบกระดาษคำตอบและเส้นทางการเงิน รวมถึงตรวจสอบโครงสร้างและบทบาทของผู้เกี่ยวข้องแต่ละราย เพื่อระบุตัวผู้กระทำความผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ชัดเจน พร้อมเสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาชะลอการประกาศรายชื่อหรือการดำเนินการที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้เข้าสอบ จนกว่าผลการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช. จะมีความชัดเจนและครบถ้วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกฝ่าย

        นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อถึงการพิจารณาเรื่องที่สอง กรณีคดีหลอกลงทุนทองคำซึ่งสร้างความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท โดยพบผู้เสียหายในจังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่อื่น ๆ จึงได้เชิญตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าคดีและการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง จากการชี้แจงของตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน พบว่ามีการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 กรณี โดยบางกรณีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และมี 1 กรณีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และอยู่ระหว่างเตรียมสำนวนพร้อมผู้ต้องหาเสนอพนักงานอัยการ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตว่า หน่วยงานควรเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทั้งผู้เสียหายและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานข้อมูลระหว่างพนักงานสอบสวนกับ ปปง. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การตรวจสอบทรัพย์สินและการดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะนายทะเบียนการค้าและเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตค้าของเก่าใช้ข้อมูลคดีพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตผู้ค้าของเก่า ปิดช่องมิจฉาชีพ คุ้มครองประชาชนและป้องกันความเสียหายไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ