พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเล่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่างต่อร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยอภิปรายถึงงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณกว่า 35,000 ล้านบาท และถูกปรับลดงบประมาณลงกว่า 400 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เช่น กรมชลประทาน ถือว่ามีสัดส่วนการตัดลดที่ค่อนข้างสูง ทั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีภารกิจและหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก ขณะที่จากสภาพความเป็นจริงที่ผ่านมา ประชาชนเคยพบเห็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในที่เกิดเหตุได้ทันท่วงที เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิง สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ด้วยกำลังพลที่มีจำนวนมากถึงกว่า 213,800 นาย แต่ปัจจุบันยังคงมีโครงสร้างเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี จึงเกรงว่าจะมีความไม่คล่องตัวในการบริหารจัดการ
พล.ต.ต.สุรินทร์ เสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ โดยการยกระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นเป็นกระทรวงตำรวจ และแบ่งส่วนราชการออกเป็นกรมต่างๆ เช่น กรมตำรวจนครบาล กรมสอบสวนกลาง และกรมตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้การบริหารงานและการกำกับดูแลมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้นำงบประมาณที่ถูกตัดลดลง นำมาเป็นงบประมาณกองกลางสำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำมาใช้ในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า พร้อมกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ที่มีความตั้งใจ ย้ำว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อน ผู้ที่พึ่งพาเป็นอันดับแรกคือตำรวจเสมอ
ด้านนายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ชี้แจงเหตุผลการปรับลดงบประมาณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 400 ล้านบาท ว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้ใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบในรายการงบประมาณหลายส่วน ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ กล้องวงจรปิด เสื้อเกราะ แผ่นกันกระสุน สนามยิงปืน งบประมาณกองบินตำรวจ อุปกรณ์ดำน้ำ และงบจัดซื้อเครื่องแบบตำรวจ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับลดตามเสียงข้างมากด้วยเหตุผลด้านความคุ้มค่าและความโปร่งใส นอกจากเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังได้เน้นย้ำประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะปัญหาการตั้งด่านตรวจที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทั้งปัญหามลพิษจากควันดำ รถที่ติดขัดจากการตั้งด่าน และปัญหาด่านตรวจที่ไม่มีประสิทธิภาพจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นด่านผีตีไก่ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อการบริการประชาชน
นายบุญลือ ยืนยันว่าการตัดสินใจของคณะกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและการใช้เงินภาษีของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้องค์กรตำรวจสามารถทำหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างสง่างามและได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง