นายชลธานี เชื้อน้อย สส.จังหวัดลำปาง พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 มาตรา 28 งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบค่าจ้างเหมาบริการและการจัด Event ของแต่ละจังหวัด ซึ่งเห็นว่าควรเป็นงบสำหรับการพัฒนาจังหวัด ที่มีการวางแผนร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งนี้ แม้จะทราบว่ามีการปรับลดคำของบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดไปกว่า 83% แต่ในส่วนของงบจัด Event หลายจังหวัดกลับมีการตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยได้รับคำชี้แจงจากคณะอนุกรรมาธิการว่าเป็นเพราะระยะเวลาการจัดงานเพิ่มขึ้น แต่ยังตั้งข้อสังเกตว่าในบางงาน เช่น งานมหาสงกรานต์ที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2569 จัดงานสูงสุดประมาณ 3 วัน เหตุใดปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จึงเพิ่มงบประมาณเป็น 2 เท่า ทั้งที่ระยะเวลาจัดงานไม่ได้เพิ่มขึ้น และมีรายละเอียดการใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างไร นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดเทศกาลอาหารในหลายจังหวัด ซึ่งใช้งบประมาณประมาณ 4-5 ล้านบาท โดยเห็นว่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ประชาชนอาจมีกำลังซื้อไม่มากพอ ขณะที่การจัดงานในหลายจังหวัดที่ผ่านมา มีผู้ค้าและผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่กลับมีประชาชนเข้าร่วมงานไม่มาก หากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล ก็อาจไม่สามารถเพิ่มยอดขายภายในงานได้
นายชลธานีกล่าวด้วยว่า แทนที่จะกำหนดยุทธศาสตร์การจัดงานให้ชัดเจน กลับมีการจัดงานใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งที่งานเดิมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2569 สามารถสร้างผลผลิตและผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดได้ โดยยกตัวอย่างจังหวัดลำปาง ซึ่งสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าจังหวัดเคยหารือว่า ปกติมีการจัดงานเซรามิกเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากมีนโยบายให้จัดทำคำของบประมาณที่เพิ่มขึ้น จึงตั้งคำถามว่าการกำหนดกรอบดังกล่าวจะทำให้งานที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดหายไปหรือไม่ นายชลธานี ยังเรียกร้องให้ในชั้นกรรมาธิการมีการตรวจสอบผลการจัด Event ในปีที่ผ่านมา ว่าสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเพิ่มขึ้นเท่าใด และการขอเพิ่มงบประมาณในปีนี้คาดว่าจะสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเท่าใด เนื่องจากบางจังหวัดใช้งบน้อยแต่ได้ผลผลิตมาก ขณะที่บางจังหวัดใช้งบประมาณสูงแต่ได้ผลผลิตน้อย อย่างไรก็ตามแม้งบจัด Event จะเป็นโครงการหลักที่สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น แต่ที่เสนอปรับลด เนื่องจากรายละเอียดโครงการยังไม่แสดงผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน หากจะจัด Event ให้มีประสิทธิภาพ ต้องประเมินทั้งผลสัมฤทธิ์และรายได้ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน โดยจากรายละเอียดที่เสนอมา เห็นว่าเป็นงบประมาณที่ฟุ่มเฟือยและอาจไม่สามารถประเมินผลในอนาคตได้ จึงเสนอปรับลดงบประมาณเพิ่มอีก 10%
นายชลธานีกล่าวเพิ่มเติมว่า จากประสบการณ์การทำงานด้านอุตสาหกรรมมาหลายปี เห็นว่าการจัด Event ของส่วนราชการมีส่วนต่างค่อนข้างมาก แม้จะปรับลดงบประมาณลง 15% ก็ยังสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่า การเพิ่มงบ Event อย่างต่อเนื่องอาจกลายเป็นการโยนภาระให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจัดงาน Event
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง