นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน : กิจกรรมการเสวนาระดับชาติ "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ" เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือวิกฤตโครงสร้างประชากรของประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตลอดจนบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ อาคารรัฐสภา
ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยตั้งใจให้เป็นเวทีระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขวิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ อย่างเป็นรูปธรรม แม้จะเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ยังมีรัฐมนตรีเข้าร่วมเสวนากับรัฐสภาถึง 4 คน รวมถึงภาคเอกชนอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเด็นคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมย้ำว่างานครั้งนี้จะต้องไม่เป็นเพียงพิธีการ แต่ต้องนำไปสู่การทำงานแบบบูรณาการ และผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในสมัยประชุมนี้
ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวต่อยอดจากการดำเนินงานใน 6 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเกิดผลเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการแก้ปัญหายาเสพติดในเยาวชน พร้อมย้ำว่าประเทศไทยต้องสร้างทัศนคติให้คนอยากมีบุตร และทำให้เด็กที่เกิดมาเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยยกตัวอย่างประเทศเวียดนามที่สามารถรักษาเด็กให้อยู่ในระบบการศึกษา เรียนตามศักยภาพและมีความสุข อีกทั้งมีผู้ติดยาเสพติดราว 200,000 คน เทียบกับประเทศไทยที่มีผู้ติดยาเสพติดประมาณ 4 ล้านราย ก่อนระบุว่าจะรวบรวมข้อสรุปจากการระดมสมองครั้งนี้ จัดทำเป็นรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันเป็นนโยบายต่อไป
ทั้งนี้ ในช่วงเวทีเสวนาวิชาการ มีผู้แทนรัฐบาล ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการ จากทั้ง 4 กระทรวง ภาคเอกชน ได้แก่ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ก่อนแบ่งการประชุมกลุ่มย่อยภายใต้ 4 ประเด็น ได้แก่ การส่งเสริมทัศนคติการมีบุตร มาตรการดูแลและสิทธิประโยชน์สำหรับแม่และเด็ก หลักประกันการศึกษาของรัฐอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และกฎหมายคุ้มครองแม่และเด็กก้าวต่อไปของประเทศไทย
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนร้อยละ 21.70 ขณะที่เด็กอายุ 0–14 ปี ลดลงเหลือร้อยละ 15.90 และอัตราเจริญพันธุ์รวมลดลงเหลือประมาณ 1.0 คนต่อสตรีหนึ่งคน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร ส่งผลกระทบต่อกำลังแรงงาน เศรษฐกิจ ระบบสวัสดิการ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง