นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวถึงปัญหาของเกษตรกรกรณีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการรับซื้อหนี้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยระบุว่า ปัญหาการเกษตรไทยมีหลายด้าน ทั้งระบบการผลิต ที่ดินทำกิน ต้นทุนและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น ตลอดจนราคาสินค้าเกษตรที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่สิ่งสำคัญซึ่งเป็นต้นน้ำของการผลิต คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากเกษตรกรโดยทั่วไปประสบความยากลำบากในการหาทุนรอนเพื่อประกอบอาชีพในแต่ละฤดูกาลผลิต
นายเศรณี กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ ล้านละ 100 หรือโครงการสินเชื่อไทยยั่งยืน ชุมชนสร้างไทย ระยะที่ 3 ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.01 ต่อปี หรือกู้เงิน 1 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยเพียง 100 บาทต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก มีกรอบวงเงินรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมธุรกิจชุมชนให้แก่สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแปลงใหญ่ พร้อมขอบคุณ ธ.ก.ส. สาขาหนองเบน จังหวัดนครสวรรค์ ที่ดูแลเอาใจใส่เกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างดี
สำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนั้น นายเศรณี ระบุว่า ยังดำเนินงานไม่ทันต่อสถานการณ์ความเดือดร้อน และมีงบประมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดูแลและขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง