นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวโดยระบุถึงโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ วงเงินรวม 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประกันภัยพิบัติ 15,000 ล้านบาท และงบประกันชีวิตประชาชนจาก 3 ภัยพิบัติ ได้แก่ น้ำท่วม ลมพายุ และแผ่นดินไหว 500 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของวงเงินดังกล่าว
นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า จากข้อมูลความเสียหายตามเอกสารของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปี อยู่ที่ประมาณ 9,800 ล้านบาทต่อปี ไม่ใช่ปีละ 40,000 ล้านบาทตามที่มีการแถลง ขณะที่กรณีประกันชีวิต สถิติผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 4 ปีอยู่ที่ประมาณ 107 รายต่อปี หากจ่ายชดเชยรายละ 2 ล้านบาท จะใช้วงเงินเฉลี่ยประมาณ 200 กว่าล้านบาท จึงตั้งคำถามถึงการกำหนดวงเงินประกันไว้ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและค่าคอมมิชชั่นของการทำประกัน โดยระบุว่า แม้รัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะระบุว่าไม่มีค่าคอมมิชชั่น แต่โดยทั่วไปค่าคอมมิชชั่นประกันภัยพิบัติอยู่ที่เฉลี่ย 18% และประกันชีวิตอยู่ที่ 30–40% จึงขอให้ชี้แจงว่ามีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบอื่นหรือไม่ รวมถึงขอความชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม เช่น ไฟฟ้าช็อต การติดอยู่ภายในบ้าน หรือการเสียชีวิตในโรงพยาบาลจากปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง
ส่วนกรณีโครงการ อาสาพยาบาลชุมชน หรือ อสพ. นายแพทย์วรงค์ ตั้งคำถามถึงการกำหนดให้อาสาพยาบาลชุมชนสามารถประกอบวิชาชีพเวชกรรมบางประการภายใต้การควบคุม โดยเห็นว่าควรพิจารณาความเหมาะสมของขอบเขตหน้าที่ และความซ้ำซ้อนกับภารกิจของ อสม. และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย (Caregiver) รวมถึงตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณสำหรับโครงการดังกล่าว พร้อมเสนอว่าควรนำงบประมาณไปแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขในส่วนอื่น เช่น การดูแลผู้สูงอายุ และการบรรจุพยาบาลหรือนักเทคนิคการแพทย์ที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง