นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร รองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมคณะ แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาลักลอบทิ้งและการจัดการกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี แนวทางการป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพิจารณาศึกษาความพร้อมและข้อจำกัดของจังหวัดปราจีนบุรี ในการเข้าสู่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า จากการพิจารณาพบข้อเท็จจริงว่ามีการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และมีการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งกรณีที่ไม่มีใบอนุญาต และกรณีที่มีใบอนุญาตแต่ดำเนินการไม่เป็นไปตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตนเองได้รับมอบหมายจากที่ประชุมให้กลั่นกรองเอกสารและหลักฐานจากภาคประชาชน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีหลักฐานปรากฏว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติมิชอบ จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน จะดำเนินการทางศาลต่อไป
สำหรับการพิจารณาเรื่องการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุม ขณะที่ประชนในพื้นที่ยืนยันไม่ต้องการให้เป็นพื้นที่ EEC ดังนั้น ประธานคณะกรรมาธิการฯ จึงขอมติที่ประชุมเพื่อใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ โดยที่ประชุมมีมติให้ใช้อำนาจเรียก เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(บอร์ด EEC) เข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อประชาชนและคณะกรรมาธิการอีกครั้ง
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง