สว.ชูชีพ สะท้อนวิกฤตน้ำท่วมปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ค่าครองชีพสูง

อรพรรณ ขันทองคำ

6 ต.ค. 2569 09:56 น.13 ครั้ง
แชร์LINE
สว.ชูชีพ สะท้อนวิกฤตน้ำท่วมปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ค่าครองชีพสูง

6 ต.ค. 69 - สว.ชูชีพ สะท้อนวิกฤตน้ำท่วมปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ค่าครองชีพสูง เรียกร้องรัฐบาลเร่งหาแนวทางเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และเยียวยาความเสียหายสอดคล้องกับความเดือดร้อนประชาชน

นายชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.)กล่าวถึงผลกระทบจากสภานการณ์น้ำท่วม สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมระดับรุนแรง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเผชิญปัญหาค่าครองชีพสูงและรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ต้องก่อหนี้เพื่อประคองครอบครัว วิกฤตน้ำท่วมจึงยิ่งเพิ่มภาระด้านหนี้สินและค่าใช้จ่าย ขณะที่ข้อมูลการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 92 มีภาระหนี้สิน โดยมีหนี้เฉลี่ยเกือบ 800,000 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 และในจำนวนดังกล่าวร้อยละ 67.5 มีปัญหาผิดนัดชำระหนี้ สะท้อนถึงข้อจำกัดในการหารายได้มาดูแลครอบครัวและการชำระหนี้ ขณะเดียวกันยังอ้างข้อมูลการสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.)เกี่ยวกับค่าครองชีพ โดยระบุว่า ราคาอาหารจานเดียวปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.87 จากรายการที่สำรวจ 1,544 รายการ มี 523 รายการที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น โดยตัวอย่างที่พบคือราคาอาหารจาก 50 บาทเป็น 60 บาท ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านอาหารของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกตัวอย่างว่าหากค่าอาหารเพิ่มขึ้นเพียงมื้อละ 10 บาท เมื่อคำนวณ 3 มื้อต่อวันตลอด 30 วันจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายประมาณ 900 บาทต่อเดือน และเมื่อเกิดน้ำท่วม ประชาชนบางส่วนไม่สามารถประกอบอาชีพหรือหารายได้ตามปกติ ขณะที่ยังมีค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน จึงอาจต้องกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเพื่อประคองชีวิต

นายชูชีพ กล่าวต่อถึงผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา มีทั้งภาคการเกษตร การประมง การดำรงชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาค่าครองชีพและหนี้สิน โดยยกตัวอย่างเกษตรกรที่กู้เงินมาลงทุนเพาะปลูก แต่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จากน้ำท่วม ทำให้ต้องรับภาระหนี้จากการเพาะปลูกรอบแรก และอาจจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อเริ่มต้นการเพาะปลูกรอบใหม่ โดยยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หรือไม่ จึงฝากรัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนเป็นกรณีพิเศษและเร่งด่วน โดยเฉพาะการทำให้รายได้เพิ่มขึ้นโดยเร็ว หรือมีมาตรการชดเชยความเสียหายให้เหมาะสมกับระดับความเดือดร้อน รวมถึงพิจารณาแนวทางลดต้นทุนด้านอาหาร พลังงาน การเดินทาง และภาระดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนฐานรากที่กำลังเผชิญทั้งปัญหาค่าครองชีพ หนี้สิน และผลกระทบจากอุทกภัยควบคู่กันไปด้วย

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง