สว.อัจฉรพรรณ หนุนใช้ ระนองโมเดล เป็นต้นแบบจัดการแรงงานต่างด้าว

ลักขณา เทียกทอง

6 ต.ค. 2569 12:27 น.5 ครั้ง
แชร์LINE
สว.อัจฉรพรรณ หนุนใช้ ระนองโมเดล เป็นต้นแบบจัดการแรงงานต่างด้าว

6 ต.ค. 69 - สว.อัจฉรพรรณ หนุนใช้ ระนองโมเดล เป็นต้นแบบจัดการแรงงานต่างด้าว เสนอปรับระบบบริหารแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับความต้องการจริงในพื้นที่ ใช้กลไกท้องถิ่นเชื่อมโยงข้อมูล-จัดสรรรายได้ สร้างระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุม และเร่งปิดช่องว่างการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์

นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายให้ข้อสังเกตต่อรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องแนวทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว กรณีศึกษา จังหวัดระนอง : ความท้าทาย นโยบาย และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ของคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ว่าจากรายงานผลการศึกษาพบว่า ในปี 2567 จังหวัดระนองมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาประมาณ 36,000 คน และเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 38,000 คน ในช่วงต้นปี 2568 โดยกระจายตัวทำงานในภาคเกษตร ปศุสัตว์ แปรรูปสัตว์น้ำ ประมง และก่อสร้าง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่าเศรษฐกิจของระนองจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือจะจัดระบบอย่างไรให้การจ้างงานถูกต้อง คนไทยมีโอกาสประกอบอาชีพ แรงงานได้รับความคุ้มครอง และท้องถิ่นได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม จึงตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 5 ประการ

นางสาวอัจฉรพรรณ กล่าวต่อว่าประการแรกคือใช้ข้อมูลการจ้างงานจริงกำหนดนโยบาย โดยสำรวจความต้องการแรงงานจากผู้ประกอบการและแรงงานในแต่ละพื้นที่ ก่อนปรับปรุงกฎหมายหรือกำหนดจำนวนแรงงาน ประการที่สอง เปิดช่องงาน ผู้ช่วย อย่างมีเงื่อนไข สำหรับงานที่พื้นที่มีความต้องการ เช่น ผู้ช่วยช่างหรือผู้ช่วยเสริมสวย พร้อมกำหนดขอบเขตชัดเจน ป้องกันการทำงานเกินสิทธิและการใช้นอมินี ประการที่สาม ให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมบริหารจัดการ โดยให้ผู้ว่าจ้างแจ้งความต้องการผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจัดสรรภาษีหรือค่าธรรมเนียมจากการจ้างงานบางส่วนกลับคืนพื้นที่ เพื่อรองรับบริการสาธารณะ ประการที่สี่ ลดขั้นตอนและต้นทุนระบบ MOU เพื่อจูงใจให้เข้าสู่ระบบถูกกฎหมาย ลดปัญหาการจ้างงานนอกระบบ พร้อมพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพหน่วยงานเดิมควบคู่กับข้อเสนอจัดตั้งกรมกิจการแรงงานต่างด้าว เพื่อลดความซ้ำซ้อน และประการที่ห้า เชื่อมการจ้างงานกับหลักประกันสุขภาพ โดยให้นายจ้างร่วมรับผิดชอบ และจัดสรรงบประมาณชดเชยค่ารักษาพยาบาลแก่หน่วยบริการตามจริง หลังพบสถานพยาบาลในระนองมีภาระค่ารักษาผู้ป่วยต่างด้าวสะสมกว่า 20 ล้านบาทในช่วงปี 2564-2568 โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่มีเงินซื้อบัตรประกันสุขภาพ จึงต้องผูกระบบการจ้างงานเข้ากับหลักประกันสุขภาพตั้งแต่แรกรับ โดยให้นายจ้างร่วมรับผิดชอบ และมีงบประมาณชดเชยให้แก่หน่วยบริการสาธารณสุขตามจริง เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขอนามัยในชุมชน

นางสาวอัจฉรพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า เห็นควรผลักดันให้จังหวัดระนองเป็นเมืองต้นแบบในการทดสอบและพัฒนาระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการกำหนดนิยามงานผู้ช่วย การใช้กลไกท้องถิ่นเชื่อมโยงข้อมูลและจัดสรรรายได้ และการสร้างระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุม โดยต้องประเมินผลอย่างต่อเนื่องว่ามาตรการเหล่านี้สามารถลดต้นทุนและขั้นตอน คุ้มครองสิทธิแรงงาน และรักษาโอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทยได้อย่างแท้จริงหรือไม่

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง