หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดปมเตือนภัย-ระบายน้ำ กทม. ด้าน รมช.มหาดไทย รับตรวจสอบข้อมูลพร่องน้ำและเครื่องสูบน้ำ

ลักขณา เทียกทอง

8 ต.ค. 2569 15:00 น.5 ครั้ง
แชร์LINE
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดปมเตือนภัย-ระบายน้ำ กทม. ด้าน รมช.มหาดไทย รับตรวจสอบข้อมูลพร่องน้ำและเครื่องสูบน้ำ

8 ต.ค. 69 - หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสด ขอรัฐบาลตรวจสอบระบบแจ้งเตือนภัย การพร่องน้ำ และประสิทธิภาพอุโมงค์ระบายน้ำ-เครื่องสูบน้ำในกรุงเทพฯ ด้าน รมช.มหาดไทย ชี้ ปภ.ต้องประสาน กทม.เพื่อยืนยันข้อมูลพื้นที่ก่อนส่ง Cell Broadcast พร้อมรับตรวจสอบข้อมูลการพร่องน้ำและการทำงานของเครื่องสูบน้ำ หากพบความคลาดเคลื่อนเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุของสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงประเมินว่าระบบป้องกันและบริหารจัดการสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ ตั้งคำถามใน 3 ประเด็นหลัก เรื่องความล่าช้าของระบบแจ้งเตือนภัย การพร่องน้ำในคลองก่อนเกิดฝนตกหนัก และการบำรุงรักษาอุโมงค์ระบายน้ำกับเครื่องสูบน้ำ หลังพบข้อมูลบางส่วนที่เห็นว่ายังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ สำหรับการตั้งคำถามครั้งนี้ ได้นำเสนอข้อมูลการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำในช่วง 4 วันที่เกิดฝนตกหนัก โดยระบุว่าอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่คลองแสนแสบทำงานเฉลี่ยร้อยละ 63 ขณะที่ประตูระบายน้ำพระโขนงทำงานร้อยละ 50 พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อคำชี้แจงว่าน้ำไหลไปไม่ถึงอุโมงค์ และขอให้ตรวจสอบว่าเกิดจากข้อจำกัดของระบบหรือปัญหาการบำรุงรักษาอุปกรณ์
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงข้อมูลจากพื้นที่เกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำระดับเขตบางส่วน ที่ชำรุดและขาดอะไหล่ซ่อมแซม จึงถามว่ากระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วหรือไม่ เนื่องจากรัฐลงทุนงบประมาณจำนวนมากในระบบระบายน้ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ ชี้แจงว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รับข้อมูลพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำจากกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง โดย ปภ.เป็นหน่วยงานอนุมัติการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างไรก็ตาม การจัดทำข้อความแจ้งเตือนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงพื้นที่ เช่น ระดับน้ำในคลองและประสิทธิภาพการระบายน้ำแต่ละจุด ซึ่ง ปภ.ต้องประสานและรอการยืนยันจากกรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานดูแลพื้นที่ก่อนส่งข้อความ ทั้งนี้ กระทรวงได้กำชับให้ทุกจังหวัดและ ปภ.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งรัดการประสานงานเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าจนกระทบประชาชน
นายวรศิษฎ์ กล่าวถึงเรื่องการพร่องน้ำ ว่ากรุงเทพมหานครรายงานว่าได้เริ่มพร่องน้ำในคลองตั้งแต่วันที่ 20-21 กันยายน จนถึงระดับต่ำสุดที่เครื่องสูบน้ำสามารถทำงานได้ แต่เมื่อมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการเป็นไปตามรายงานหรือไม่ จะสั่งตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนทันที พร้อมเสนอว่าในอนาคตอาจต้องปรับระดับหรือจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำในคลองให้มากขึ้น ส่วนการทำงานของเครื่องสูบน้ำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตและข้อมูลจากสมาชิกไปตรวจสอบ หากพบว่ารายงานมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับ จะพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป
นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ยังมีข้อจำกัดจากสภาพพื้นที่ ทั้งระดับน้ำขึ้น น้ำลง และพื้นที่ลุ่มต่ำทางฝั่งตะวันออก โดยกระทรวงมหาดไทยจะประสานกรุงเทพมหานครลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และจัดส่งชุดสูบน้ำเคลื่อนที่เข้าไปช่วยเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง