นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวในรายการ LAWTALK กับ สว. ถึงปัญหาลิขสิทธิ์ของศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบุว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มีข้อจำกัดที่ควรได้รับการทบทวน ทั้งเรื่องการทำสัญญาโอนสิทธิ์ที่อาจทำให้ผู้ประพันธ์และศิลปินสูญเสียสิทธิในการนำผลงานของตนเองไปใช้ประกอบอาชีพ ตลอดจนบทลงโทษทางอาญาและข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการข่มขู่เรียกรับเงินจากผู้ประกอบการร้านค้า ร้านคาราโอเกะ และสถานบันเทิง ทั้งนี้ กฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับปัจจุบันจัดทำขึ้นในยุคเทปคาสเซ็ท วิดีโอ และซีดี จึงจำเป็นต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพิจารณากำหนดข้อยกเว้นสำหรับการใช้เพลงในกิจกรรมการกุศล งานสาธารณประโยชน์ และกรณีที่เสียงเพลงติดมาในคลิปออนไลน์โดยไม่ได้ตั้งใจ เพื่อป้องกันข้อพิพาทและการฟ้องร้องที่ไม่เป็นธรรม
สำหรับแนวทางแก้ไข นายพิสุทธิ์เสนอให้ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลและกำหนดมาตรฐานสัญญาทางธุรกิจเพลง เพื่อคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีอำนาจต่อรองน้อย พร้อมศึกษารูปแบบการรับรองสิทธิค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจากต่างประเทศ โดยให้ผู้ประพันธ์และผู้สร้างสรรค์ได้รับส่วนแบ่งจากการนำผลงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำหนดระยะเวลาการโอนสิทธิ์ และพิจารณามาตรการเยียวยาครูเพลงและศิลปินในอดีต นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานรัฐกำกับดูแลองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ กำหนดอัตราการจัดเก็บที่ชัดเจนและโปร่งใสตามขนาดสถานประกอบการ ตลอดจนจัดให้มีกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนดำเนินคดี เพื่อช่วยลดข้อพิพาทและป้องกันการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ซ้ำซ้อนหรือสูงเกินควร
นายพิสุทธิ์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลควรเร่งจัดทำฐานข้อมูลลิขสิทธิ์เพลงกลางที่ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบได้ว่า เพลงแต่ละเพลงมีใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเป็นผู้ดูแลสิทธิ เพื่อสร้างความโปร่งใสและลดปัญหาข้อพิพาท พร้อมขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างวัฒนธรรมเคารพสิทธิของผู้สร้างสรรค์ เพื่อให้ศิลปินและคนรุ่นใหม่ที่ประกอบอาชีพด้านดนตรีสามารถสร้างรายได้และเลี้ยงชีพจากผลงานของตนเองได้อย่างยั่งยืน
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊กวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ
