ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ขณะที่ความต้องการสถานดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพึ่งพาภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบกำกับดูแลอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ การกักขังหน่วงเหนี่ยว และการไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานเสียเปรียบผู้ที่ลดต้นทุนด้วยการละเลยข้อกำหนด
ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ กล่าวถึงข้อเสนอแรก คือ การยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้ตรวจ เกณฑ์การตรวจ และความถี่ในการตรวจให้ชัดเจน พร้อมเสนอให้ตรวจอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง แบ่งเป็นการตรวจตามกำหนดนัดหมาย 1 ครั้ง และการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอีก 1 ครั้ง เพื่อให้เห็นสภาพการดำเนินงานที่แท้จริง พร้อมเปิดเผยผลการตรวจต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ขอให้ติดตามการตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนทั่วประเทศประมาณ 1,200 แห่ง ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแจ้งว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หากการตรวจดังกล่าวเสร็จสิ้น ขอให้รายงานผลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส ส่วนข้อเสนอที่สอง คือ การยกระดับมาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทั้งสถานที่ ความสะอาด อาหาร กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต การเข้าถึงแสงธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสม ตลอดจนกำหนดจำนวนและคุณสมบัติบุคลากรให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้รับบริการ เนื่องจากผู้สูงอายุทั่วไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีภาวะสมองเสื่อม และผู้ป่วยจิตเวช ต่างมีความต้องการในการดูแลแตกต่างกัน จึงต้องมีบุคลากรทางการแพทย์และระบบส่งต่อที่เหมาะสม ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พระราชบัญญัติสุขภาพจิต และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ และข้อเสนอสุดท้าย คือ การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้สูงอายุ โดยต้องมีกระบวนการตรวจสอบความยินยอมและความประสงค์ของผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม เนื่องจากบางรายสมัครใจเข้ารับการดูแลด้วยตนเอง ขณะที่บางรายเป็นการนำส่งโดยบุตรหลาน และต้องจัดให้มีระบบเฝ้าระวัง ช่องทางรับแจ้งเบาะแสจากญาติ ชุมชน บุคคลภายในสถานดูแล รวมถึงสายด่วนอิสระ เพื่อให้สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
