ประธานวิปฝ่ายค้าน ยืนยันขออภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน ลงมติอีก 1 วัน เตรียมหารือวิป 3 ฝ่ายพรุ่งนี้

ทัดดาว ทองอิ่ม

20 ต.ค. 2569 11:42 น.15 ครั้ง
แชร์LINE
ประธานวิปฝ่ายค้าน ยืนยันขออภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน ลงมติอีก 1 วัน เตรียมหารือวิป 3 ฝ่ายพรุ่งนี้

20 ต.ค. 69 - ประธานวิปฝ่ายค้าน เผยเตรียมประชุมวิป 3 ฝ่าย 21 ต.ค. นี้ หารือกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านยืนยันขอเวลาอภิปราย 5 วันเต็ม และลงมติอีก 1 วัน ระบุ ตรวจสอบนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 18 คน ต้องมีเวลาเพียงพอ ทั้งการนำเสนอพยานหลักฐานและการชี้แจงของรัฐบาล

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการหารือวิป 3 ฝ่าย (ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี) เพื่อกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า เพิ่งได้รับแจ้งจากประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าจะมีการนัดประชุมในวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค. 69) เพื่อหารือแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายพริษฐ์ ย้ำหลักการที่พรรคฝ่ายค้านเห็นร่วมกัน ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการตรวจสอบรัฐบาลผ่านสภา ซึ่งเกิดขึ้นได้ปีละครั้ง จึงต้องจัดสรรเวลาให้เพียงพอ ทั้งฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหาและพยานหลักฐาน รวมถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในการชี้แจง ทั้งนี้ ฝ่ายค้านเห็นว่าเวลาที่เหมาะสมคือการอภิปราย 5 วันเต็ม และลงมติอีก 1 วัน หรือ 5+1 วัน เนื่องจากในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 ครั้ง โดยมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีถูกอภิปรายตั้งแต่ 6 คน 10 คน และ 11 คน แต่ทุกครั้งใช้เวลาอภิปราย 4 วัน และลงมติวันที่ 5 ขณะที่การอภิปรายครั้งนี้มีรัฐมนตรีรวม 18 คน ประกอบกับข้อมูลหลักฐานที่ฝ่ายค้านมีอยู่ จึงเห็นว่าการเพิ่มวันอภิปรายอีก 1 วันเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

ส่วนจะเริ่มอภิปรายได้ในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องหารือให้ได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนวันและชั่วโมงอภิปรายก่อน จากนั้นจึงพิจารณาตารางของสภาและคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดวันอภิปรายที่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อข่าวที่ว่าฝ่ายรัฐบาลต้องการกำหนดวันและระยะเวลาอภิปราย โดยเห็นว่าควรเป็นข้อตกลงร่วมกันของทุกฝ่าย และต้องรับฟังฝ่ายค้านในฐานะผู้นำเสนอประเด็นและพยานหลักฐาน เพื่อจัดสรรเวลาให้เพียงพอกับเนื้อหาที่จะอภิปราย

เมื่อถามว่าความเห็นต่างเรื่องจำนวนวันอาจทำให้การอภิปรายยืดเยื้อหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องเกิดขึ้น และจะเป็นเวทีสำคัญที่ฝ่ายค้านชี้ให้ประชาชนเห็นว่า ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การบริหารจัดการน้ำท่วม การทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ และระบบอุปถัมภ์เส้นสาย ไม่เพียงเป็นปัญหาที่รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไข แต่ในหลายเรื่องคนในรัฐบาลเองกลับเป็นต้นตอของปัญหา

เมื่อถามถึงข้อเสนอของประธานวิปรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้นำเวลามาเป็นตัวตั้ง แต่อยากให้คำนึงถึงสาระการอภิปราย นายพริษฐ์ กล่าวว่า สาระและเวลามีความสอดคล้องกัน และฝ่ายค้านย่อมรู้ดีที่สุดว่ามีประเด็นอภิปรายมากน้อยเพียงใด ยืนยันว่าข้อเสนอ 5 วันเต็มเป็นเวลาที่สมเหตุสมผล ไม่ได้ต้องการเวลามากเกินความจำเป็น เพราะหากขอเวลา 10-20 วัน แต่ไม่มีเนื้อหาเพียงพอ สังคมก็จะเป็นผู้ตัดสินฝ่ายค้านเอง
ส่วนหากต้องลดเวลาอภิปรายเหลือ 4 วัน จะต้องนำไปหารือร่วมกันอีกครั้ง แต่ฝ่ายค้านยังยืนยันหลักคิด 5+1 วัน โดยการเพิ่มเวลาไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังเพิ่มเวลาให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อกล่าวหาด้วย

สำหรับข้อกังวลกรณีประธานสภาฯ ระบุว่าการอภิปรายต้องเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมคดีเลือก สว. นายพริษฐ์ ยืนยันว่า เรื่องนี้อยู่ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงเป็นสิทธิอันชอบธรรมของสมาชิกที่จะอภิปรายได้ เพราะการพิจารณาความไว้วางใจไม่ได้จำกัดเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน แต่รวมถึงคุณสมบัติและพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจากเหตุการณ์ในอดีตด้วย

ส่วนการแบ่งประเด็นอภิปรายภายในพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ กล่าวว่า แต่ละพรรคได้หารือเบื้องต้นแล้วว่าต้องการอภิปรายรัฐมนตรีคนใด ตั้งแต่ขั้นตอนรวบรวมรายชื่อรัฐมนตรีทั้ง 18 คน แต่การแบ่งเวลาอย่างชัดเจนยังต้องรอข้อสรุปเรื่องจำนวนวันอภิปรายก่อน โดยหลักการจะจัดสรรเวลาตามสัดส่วนของแต่ละพรรค และให้สิทธิแต่ละพรรคเลือกประเด็นอภิปราย รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน โดยไม่ก้าวก่ายการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง