นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนองค์กรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีข้อกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมายปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของ 4 องค์กรและกองทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้แก่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ
ตัวแทนองค์กรนิสิตจุฬาฯ ระบุว่าองค์กรนิสิตจากหลายคณะ ได้แก่ คณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ คณะกรรมการนิสิตคณะนิติศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา สโมสรนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ และสโมสรนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ ต่างมีความกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ตามร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอาจกระทบความเป็นอิสระในการดำเนินงานของทั้ง 4 องค์กรและกองทุน รวมถึงประเด็นความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว จึงมีข้อเรียกร้อง 3 ประการ ประการแรก ขอให้รักษาความเป็นอิสระขององค์กรและกองทุน ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่อาจเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงทางการเมือง หากปรับเข้าสู่ระบบงบประมาณ ควรกำหนดวงเงินขั้นต่ำหรือกรอบงบประมาณผูกพันหลายปี เพื่อรองรับภารกิจและพันธกรณีระยะยาว ประการที่สอง ขอให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง ทั้งภาคประชาสังคมและประชาชน พร้อมเปิดเผยรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย (RIA) ต่อสาธารณะ และประการที่สาม ขอให้ยกระดับความโปร่งใสและกลไกตรวจสอบผ่านรัฐสภาและองค์กรตรวจสอบอิสระ โดยไม่กระทบความคล่องตัวในการดำเนินงานและพันธกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมหวังว่าข้อเสนอจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป
ด้าน นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการได้รับหนังสือร้องเรียนหลายฉบับเกี่ยวกับการจัดสรรรายได้จากภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 4 องค์กรและกองทุน สะท้อนว่าเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญและมีข้อกังวลที่ต้องติดตาม ส่วนตัวเข้าใจเหตุผลของผู้เสนอร่างกฎหมายที่ต้องการเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ แต่เห็นว่าควรแยกประเด็นความเป็นอิสระออกจากการตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะสามารถพัฒนากลไกตรวจสอบให้เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้กลไกรัฐสภาตรวจสอบและเสนอแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ ซึ่งเห็นว่ามีส่วนสำคัญต่อความเป็นอิสระและความต่อเนื่องของภารกิจระยะยาว
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการรับหนังสือไว้และเตรียมนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณา โดย นายนรเศรษฐ์ คาดว่าจะมีผู้เข้ายื่นหนังสือในประเด็นใกล้เคียงกันเพิ่มเติมในวันถัดไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
