นายราเชน ตระกูลเวียง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ รับหนังสือจากนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ เพื่อส่งต่อถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบแนวทางแก้ไขกฎหมายอาวุธปืน โดยมีข้อกังวลว่า มาตรการบางประการอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนที่ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และขอให้พิจารณาความสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
นายสงกาญ์ระบุว่า ตนเตรียมยื่นฟ้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 127 คน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการให้นายทะเบียนท้องที่มีอำนาจเข้าตรวจค้นเคหสถานและยึดอาวุธปืนไว้ชั่วคราว การเพิกถอนใบอนุญาตในบางกรณี ตลอดจนการเปลี่ยนใบอนุญาต ป.4 จากเดิมที่มีผลตลอดชีพ เป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทุก 5 ปีในอัตราก้าวหน้า ซึ่งผู้ยื่นหนังสือเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อผู้ครอบครองอาวุธปืนกว่า 6.2 ล้านกระบอก นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบความเหมาะสมและความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในการใช้พระราชกำหนดแก้ไขกฎหมาย โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในการตราพระราชกำหนด พร้อมระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ส่วนกรณีการออกใบอนุญาตซื้อและครอบครองอาวุธปืน หรือใบ ป.3 และ ป.4 นายสงกาญ์กล่าวถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินในบางพื้นที่ ตั้งแต่ 5,000 ถึง 30,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับประเภทอาวุธปืน และขอให้รัฐบาลตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไข ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสงกาญ์ ยังขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนแนวทางดังกล่าวภายใน 48 ชั่วโมง และระบุว่า หากไม่มีการดำเนินการ จะยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ด้านนายราเชนกล่าวว่า จะเร่งประสานส่งต่อหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาแนวทางดำเนินการ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
