นายชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี สร้างความเสียหายแก่ภาคการเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหานาข้าวเสียหาย 100% รวมถึงบ่อเลี้ยงปลาที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด แม้ขณะนี้น้ำในพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพตามปกติได้ อีกทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าซื้อข้าวสารอาหาร และค่าใช้จ่ายในการส่งบุตรหลานไปโรงเรียน ในขณะที่ภาระหนี้สินเดิมก็ยังชำระไม่หมด ทำให้เกษตรกรต้องเตรียมหาแหล่งกู้ยืมเงินใหม่เพื่อนำมาชำระหนี้เก่าและใช้เป็นทุนทำกินรอบใหม่ ซึ่งถือเป็นความหายนะของเกษตรกร
นายชูชีพ กล่าวเสนอข้อเรียกร้องและมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ต่อรัฐบาล จำนวน 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นแรก การพักชำระหนี้สินและดอกเบี้ย ขอให้กระทรวงการคลังประสานงานไปยังสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อดำเนินมาตรการพักการชำระเงินต้นตามสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีเวลาฟื้นตัวจนกว่าจะมีรายได้กลับมาอีกครั้ง โดยไม่ต้องกู้หนี้ใหม่มาเพื่อชำระหนี้เก่า ส่วนประเด็นที่สอง การเติมทุนและฟื้นฟูอาชีพ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งเข้าช่วยเหลือในการซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตร พร้อมทั้งจัดหาพันธุ์พืชและพันธุ์ปลา เพื่อเป็นต้นทุนใหม่ และช่วยให้ผู้ได้รับความเสียหายหนักสามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้ รวมถึงประเด็นที่สาม การบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ขอให้รัฐบาลมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก ประสานงานร่วมกับทุกหน่วยงานรวมถึงเจ้าหนี้ พร้อมขอให้เปิดจุดรับเรื่องยื่นเอกสารเพียงจุดเดียวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน วันลงพื้นที่สำรวจ วันพิจารณา และวันจ่ายเงินช่วยเหลือให้ชัดเจน
นายชูชีพ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อประชาชนต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งอาชีพ และเสียทั้งบ้านเรือนไปแล้ว รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ขั้นตอนที่ล่าช้ามาซ้ำเติมเวลาของประชาชนอีก พร้อมย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกรอบเวลาเข้าดูแลบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
