อนุ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เผยผลนำร่อง “1DAAN/1LAB/1DAY” พบสารพิษตกค้างในผักผลไม้นำเข้าเกินมาตรฐานกว่า 30%

ลักขณา เทียกทอง

11 มี.ค. 2569 13:16 น.487 ครั้ง
แชร์LINE
อนุ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เผยผลนำร่อง “1DAAN/1LAB/1DAY” พบสารพิษตกค้างในผักผลไม้นำเข้าเกินมาตรฐานกว่า 30%

11 มี.ค. 69 – อนุ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เผยผลนำร่องโครงการ “1DAAN/1LAB/1DAY” พบสารคลอร์ไพริฟอสที่ทำลายสมองเด็กตั้งแต่ในครรภ์ ตกค้างในผักผลไม้นำเข้าเกินมาตรฐานกว่า 30% ของตู้คอนเทนเนอร์ที่สุ่มตรวจ ทั้งที่จีนยกเลิกใช้แล้วกว่า 10 ปี เร่งผลักดันมาตรการถาวรทุกด่าน - พัฒนาระบบ Thai-RAF แจ้งเตือนสารพิษแบบเรียลไทม์

นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าโครงการ "1DAAN/1LAB/1DAY" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบผักและผลไม้นำเข้า โดยระบุว่า คณะอนุ กมธ. ได้ดำเนินโครงการร่วมกับกรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สภาองค์กรของผู้บริโภค เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยยึดหลักมาตรฐาน 3 ประการ ได้แก่ การใช้ผลการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์จาก อย. การสุ่มเก็บตัวอย่างอย่างเป็นระบบตามหลักสถิติ และการตรวจสินค้าจากทุกประเทศโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมย้ำว่าผลการตรวจพบสารปนเปื้อนไม่ใช่ความบกพร่องของด่านศุลกากร หากแต่เป็นผลของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อปกป้องผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งในขั้นต่อไปมีแผนขยายความร่วมมือไปยังประเทศต้นทาง เพื่อให้สามารถตรวจสอบสินค้าก่อนการนำเข้า ลดความสูญเสียจากการตีกลับสินค้าเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว โดยคณะอนุ กมธ. พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระหว่าง Thai-PAN สภาองค์กรของผู้บริโภค กรมศุลกากร และ อย. อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการนำร่องสุ่มตรวจ ณ ด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 18–22 มกราคมที่ผ่านมา พบว่าในจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่สุ่มตรวจ 158 ตู้ มีถึง 47 ตู้ หรือร้อยละ 30 ที่พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน โดยผักและผลไม้ที่พบปัญหามากที่สุด ได้แก่ ส้มแมนดาริน องุ่น และผักกาดหอม สารที่พบสูงสุด คือ คลอร์ไพริฟอส ซึ่งไทยยกเลิกการใช้ตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากทำลายระบบประสาท สามารถถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ และส่งผลให้พัฒนาการทางสมองเสียหายถาวร ที่น่ากังวลคือแม้จีนจะยกเลิกการใช้สารชนิดนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังพบตกค้างในสินค้าส่งออกมายังไทย สะท้อนถึงช่องว่างด้านการกำกับดูแลของประเทศต้นทาง ซึ่ง อย.ได้รายงานไปยังสถานทูตจีนแล้ว

ด้าน ผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งมีองค์กรสมาชิกกว่า 365 แห่งใน 62 จังหวัด ยืนยันว่าจะขับเคลื่อนประเด็นความปลอดภัยทางอาหารผ่านกลไกคุ้มครองสิทธิในระดับจังหวัด โดยเน้นว่าอาหารปลอดภัยต้องเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน ไม่ใช่เพียงทางเลือก

ขณะที่ผู้แทน Thai-PAN ระบุว่า ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปคือการผลักดันให้มาตรการนี้กลายเป็นระเบียบปฏิบัติถาวรและครอบคลุมทุกด่านทั่วประเทศ พร้อมเสนอให้พัฒนาระบบแจ้งเตือนเร่งด่วน หรือ Thailand Rapid Alert System for Food Safety (Thai-RAF) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสารตกค้างแบบเรียลไทม์ให้แก่ทุกหน่วยงาน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ทันที

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง