นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าววิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ถึงสถานการณ์อุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออกว่า ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งเป็นประจำทุกปี แม้มีหน่วยงานรับผิดชอบจำนวนมากและใช้งบประมาณสูง แต่ประชาชนยังขาดความมั่นใจในความปลอดภัยและการดูแลจากภาครัฐ ทั้งนี้ การบริหารจัดการภัยพิบัติยังพบปัญหาการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ (Standard Operating Procedure for Emergency Plan :SOP) โดยแม้จะมีการซ้อมแผน แต่เมื่อเกิดเหตุจริงยังไม่สามารถปฏิบัติตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผู้บัญชาการเหตุการณ์ยังไม่ได้ทำหน้าที่ตามหลักการอย่างแท้จริง
สำหรับระบบแจ้งเตือนภัย นางสาวรัชนีกร มองว่าควรแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนทราบระดับความสูงของน้ำและเตรียมการอพยพได้ทันท่วงที ประชาชนสามารถวางแผนได้ว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไปใน 3-7 วันข้างหน้า ซึ่งที่ผ่านมา การแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast มักเกิดขึ้นเมื่อน้ำมาถึงพื้นที่แล้ว จึงเสนอให้ทบทวนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติทั้งหมด เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่และการสั่งการของหน่วยงานรัฐ
นางสาวรัชนีกร กล่าวด้วยว่า ในระยะเตรียมพร้อมและป้องกัน ควรให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า ส่วนระยะเกิดเหตุ ควรให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นเจ้าภาพหลักในการเข้าพื้นที่ ควบคุมสถานการณ์ และบัญชาการตามแผน SOP พร้อมเสนอให้รัฐบาลนำผลจากการถอดบทเรียนภัยพิบัติที่ผ่านมาไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มุ่งเน้นเพียงการของบประมาณก้อนใหญ่ แต่ควรวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะเร่งทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขจุดคอขวดเชิงโครงสร้างและวางระบบบริหารจัดการน้ำใหม่ให้ภาครัฐสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง