หัวหน้าพรรครวมใจไทย จี้รัฐสอบปมกว้านซื้อที่ดิน หวั่นกระทบพื้นที่รับน้ำ-แก้มลิง เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม

ทัดดาว ทองอิ่ม

7 ต.ค. 2569 13:47 น.0 ครั้ง
แชร์LINE
หัวหน้าพรรครวมใจไทย จี้รัฐสอบปมกว้านซื้อที่ดิน หวั่นกระทบพื้นที่รับน้ำ-แก้มลิง เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม

7 ต.ค. 69 - สส.บุญรวี หัวหน้าพรรครวมใจไทย เรียกร้องรัฐบาลเร่งตรวจสอบการกว้านซื้อที่ดินในหลายจังหวัด ชี้บางพื้นที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นแก้มลิงและพื้นที่รับน้ำ แต่กลับถูกนำไปใช้ประโยชน์อื่น หวั่นกระทบการบริหารจัดการน้ำและสร้างปัญหาให้ชุมชนในอนาคต

นายบุญรวี ยมจินดา สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนจากประชาชนในหลายจังหวัด กรณีมีกลุ่มทุนสีเทาใช้คนไทยเป็นนอมินีเข้าไปกว้านซื้อที่ดินในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี โดยเกรงว่าที่ดินบางส่วนซึ่งมีศักยภาพพัฒนาเป็นพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำ อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ในลักษณะที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำ

นายบุญรวี กล่าวว่า พื้นที่บางแห่งสามารถพัฒนาเป็นแก้มลิงเพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งหากมีการดำเนินโครงการตามแผนที่กำหนดไว้ อาจช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและลดผลกระทบจากน้ำท่วมได้ โดยขณะนี้ประชาชนในหลายจังหวัดได้ส่งข้อมูลมายังพรรครวมใจไทยเกี่ยวกับการกว้านซื้อที่ดินของกลุ่มทุนสีเทา โดยมีข้อกังวลว่าที่ดินบางแห่งซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ กลับถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่ลักลอบฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างพื้นที่จังหวัดระยอง มีรายงานว่าคนไทยบางรายอาจทำหน้าที่เป็นนอมินีให้กับกลุ่มทุน เข้าซื้อที่ดินขนาดประมาณ 50-100 ไร่ และดำเนินการก่อสร้างโรงงาน โดยมีข้อกล่าวหาว่าหลังซื้อที่ดินอาจมีการขุดพื้นที่ให้มีความลึก ก่อนนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้งและฝังกลบ ก่อนสร้างโรงงานทับพื้นที่ดังกล่าว

นายบุญรวี กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวจึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งในส่วนของผู้ถือครองที่ดินที่แท้จริง แหล่งที่มาของเงิน การใช้ประโยชน์ในที่ดิน รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการลักลอบฝังขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมย้ำว่า หากพบการกระทำผิดจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันที่ดินในหลายจังหวัดที่ถูกกล่าวหาว่ากลุ่มทุนสีเทาเข้าซื้อผ่านนอมินี ล้วนมีบางพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับน้ำ แต่ที่ผ่านมาอาจไม่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปล่อยให้เกิดการซื้อขายที่ดิน ซึ่งอาจทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการเพิ่มพื้นที่รับน้ำ

ทั้งนี้ นายบุญรวี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน แหล่งที่มา และการจัดการของเสีย รวมถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำผิด และเปิดเผยผลการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในที่ดินเอกชนกลายเป็นความเสียหายที่ชุมชนต้องแบกรับในอนาคต

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง