นายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดบุรีรัมย์ว่า จากภาพจำในอดีต บุรีรัมย์เป็นพื้นที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง แต่ในอนาคตต้องการเห็นจังหวัดบุรีรัมย์พัฒนาเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการน้ำของลุ่มแม่น้ำมูลในพื้นที่อีสานใต้
นายศักดิ์ กล่าวต่อว่า แม่น้ำมูลไหลผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ใน 6 อำเภอ ได้แก่ บ้านใหม่ไชยพจน์ พุทไธสง นาโพธิ์ คูเมือง แคนดง และสตึก เป็นระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร โดยในช่วงฤดูน้ำหลาก มีปริมาณน้ำไหลผ่านพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์กว่า 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่เกษตรกรรมสองฝั่งแม่น้ำ ในระยะประมาณ 5 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมกว่า 220,000 ไร่ และมีประชาชนกว่า 70,000 ครัวเรือน จึงเห็นว่าควรพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและแก้มลิงในพื้นที่อำเภอพุทไธสง รวมถึงพัฒนาอ่างเก็บน้ำสาขาในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ที่แม่น้ำมูลไหลผ่าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บและบริหารจัดการน้ำ แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภคและการเกษตร รวมทั้งช่วยรองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และลดความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะนาข้าวของเกษตรกร จึงมีข้อเสนอไปยังรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เร่งสำรวจพื้นที่ จัดหาพื้นที่ และออกแบบโครงการ เพื่อเตรียมก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่บริเวณพื้นที่ติดลำน้ำมูล พร้อมวางระบบบริหารจัดการน้ำในจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นรูปธรรม
นายศักดิ์ ระบุว่า หากดำเนินการได้ จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน 6 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมย้ำว่าแนวทางดังกล่าวเป็นโครงการที่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
