สส.พรรคประชาชน เรียกร้องรัฐเร่งแก้คราบสารพิษปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร

คริส พุทธชาติ

7 ต.ค. 2569 15:32 น.3 ครั้ง
แชร์LINE
สส.พรรคประชาชน เรียกร้องรัฐเร่งแก้คราบสารพิษปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร

7 ต.ค. 69 - สส.พรรคประชาชน แถลงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง เรียกร้องรัฐเร่งแก้คราบสารพิษปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหาร-เรียกร้องใช้งบกลางฟื้นฟู

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน นำโดย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ แถลงข่าวแสดงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีที่กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต หลังเกิดปัญหากากอุตสาหกรรมและสารพิษไหลปนเปื้อนไปกับน้ำท่วม

นายวีระยุทธ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง อาทิ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม ยังคงไม่คลี่คลาย แต่พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากมีปัญหามลพิษจากกากอุตสาหกรรมและคราบน้ำมันไหลแพร่กระจายไปกับน้ำ ซึ่งจากการลงพื้นที่และใช้นำโดรนบินสำรวจ พบว่าพื้นที่เสี่ยงปนเปื้อนเดิมครอบคลุมรัศมีกว่า 1 กิโลเมตร ในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ์ แต่ปัจจุบันได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ไกลออกไป เช่น บ้านสามมะเขือ บ้านคูลำพัน และบ้านโคกวัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการแพร่กระจายของสารพิษอาจขยายวงกว้างเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อไร่นา พืชผลทางการเกษตร และสัตว์น้ำในพื้นที่

นายวีรยุทธ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของหน่วยงานรัฐว่า เจ้าหน้าที่เพิ่งเข้าเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาหลังเกิดเหตุถึง 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์คาดว่าจะทราบผลในสัปดาห์หน้า จึงขอเรียกร้องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุอันตราย เข้าดำเนินการกำจัดและฟื้นฟูพื้นที่โดยเร็ว หากงบประมาณไม่พอ ขอให้รัฐบาลพิจารณาใช้นำงบกลางเข้ามาจัดการ เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่กระทบต่อชีวิตของประชาชน

ด้าน นายพูนศักดิ์ ชี้ให้เห็นถึงข้อถกเถียงเรื่องการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโรงงานในพื้นที่ ซึ่งมีการขอขยายกำลังการผลิตจาก 100,000 ตัน เป็น 500,000 ตัน ซึ่งตามกฎหมายการประกอบกิจการฝังกลบของเสียอุตสาหกรรมไม่อันตรายเข้าข่ายต้องจัดทำ EIA แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัดยังมีข้อแย้งเกี่ยวกับเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.โรงงาน จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เร่งทำความชัดเจนในประเด็นกฎหมายและการทำ EIA เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมถึงเป็นประจำ และล้อมรอบด้วยพื้นที่ทำการเกษตร การปล่อยให้มีการกองขยะสารพิษในพื้นที่จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว

คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง