15 มี.ค.69 - "เอกนิติ" เรียกหน่วยงานประชุม ศบก.ที่รัฐสภา ติดตามผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนครบกำหนดตรึงดีเซล 15 วัน ย้ำไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพออย่างน้อย 90 วัน พร้อมสั่งเร่งบริหารโลจิสติกส์และจัดระบบการใช้น้ำมันภาคอุตสาหกรรมไม่ให้กระทบประชาชน

image

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยย้ายสถานที่ประชุมจากทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุม CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา พร้อมเชิญหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เนื่องจากในวันที่ 16 มีนาคม 2569 จะครบกำหนดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน

ที่ประชุมให้แต่ละหน่วยงานรายงานสถานการณ์ปริมาณเชื้อเพลิงและการบริหารจัดการพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน โดยประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย สะท้อนปัญหาราคาน้ำมันขายส่งผ่านจ็อบเบอร์ที่สูงกว่าราคาหน้าปั๊มถึง 11 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรถสาธารณะและบริษัทขนส่งขนาดใหญ่ หันไปเติมน้ำมันหน้าปั๊มแทน ทำให้เกิดการแย่งซื้อน้ำมันกับผู้ใช้รายย่อย นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องเรือขนส่งภายในประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งน้ำมันไปภาคใต้ ที่ต้องซื้อน้ำมันในราคาสูงกว่าหน้าปั๊มเช่นกัน ซึ่งอาจกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าในพื้นที่

ขณะที่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ผู้ค้าน้ำมันยืนยันมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพออย่างน้อย 90 วัน และยังสามารถกลั่นเป็นน้ำมันจำหน่ายหน้าปั๊มได้อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการด้านการขนส่งและการสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันยังมีเพียงพอ พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานจัดทำระบบติดตามสถานการณ์โลจิสติกส์ หรือแดชบอร์ด เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่น้ำมันอาจใกล้ขาดแคลนและเร่งกระจายเติมให้ทันเวลา รวมทั้งบริหารจัดการการใช้น้ำมันของภาคอุตสาหกรรม ไม่ให้แย่งการใช้กับภาคประชาชน

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ