นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงข่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ประชาชนจำนวนมากเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ เห็นได้จากการที่ประชาชนออกไปต่อแถวเติมน้ำมัน รวมถึงสถานการณ์ที่หลายปั๊มน้ำมันจำกัดการเติมน้ำมันหรือกระทั่งไม่มีน้ำมันให้ประชาชนเติม รวมถึงความไม่ชัดเจนของข้อมูลที่ฝ่ายบริหารและหน่วยงานภาครัฐสื่อสารออกมา จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะรัฐบาลต้องชี้แจงตัวเลขน้ำมันสำรองที่แท้จริง ซึ่งมีการอ้างอิงหลายตัวเลขทั้ง 60 วัน 90 วัน และ 100 วัน โดยไม่ชัดเจนว่านับรวมสต๊อกของรัฐ โรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมันในสัดส่วนเท่าใด และเหตุใดประชาชนบางพื้นที่จึงหาน้ำมันเติมได้ยากภายในไม่ถึงหนึ่งเดือนนับจากเกิดวิกฤต ทั้งที่รัฐบาลอ้างว่ามีสำรองเพียงพอ น้ำมันเหล่านั้นอยู่ที่ใด ใครถือครอง และสามารถนำออกมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้เร็วเพียงใด
นอกจากนี้ นายนรเศรษฐ์ ยังตั้งคำถามถึงมาตรการป้องกันการกักตุน การชะลอการจำหน่าย และการเก็งกำไรของผู้ประกอบการภายหลังการประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน โดยระบุว่า ราคาที่ปรากฏอาจไม่สะท้อนต้นทุนหรือสต๊อกที่มีอยู่จริง รวมถึงตั้งคำถามถึงกลไกและอำนาจในการตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรอง ว่ามีเงื่อนไขใดที่จะกระตุ้นให้รัฐนำสต๊อกออกมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด และสถานการณ์การนำเข้าน้ำมันในปัจจุบันยังเป็นปกติหรือมีข้อจำกัดด้านเส้นทางขนส่งหรือกำลังการผลิตของโรงกลั่นที่ทำให้อุปทานตึงตัว และที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ แผนรองรับของรัฐบาลหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1-2 เดือน ทั้งในแง่การบริหารสต๊อก การจัดลำดับความสำคัญการใช้น้ำมัน และมาตรการดูแลผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะขณะนี้กองทุนน้ำมันกำลังชดเชยน้ำมันดีเซลเกือบ 18 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนค่าขนส่งหลักที่ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และเมื่อใดที่ราคาสินค้าปรับขึ้นแล้วแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขอให้ผู้ค้าปรับราคาลง ขณะที่สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่คาดว่าปัจจุบันอาจติดลบอยู่กว่า 10,000 ล้านบาท ยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานได้อีกนานเพียงใด
นายนรเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในภาวะวิกฤตทุกครั้งที่ผ่านมา คนที่เจ็บตัวมักเป็นประชาชน ขณะที่กลุ่มทุนบางรายกลับประกาศผลกำไรสูงสุดเป็นสถิติจากการกักตุนทำกำไรบนความยากลำบากของประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำมันอย่างตรงไปตรงมาและสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจและมีข้อมูลที่ถูกต้อง
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง