ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นประธานการประชุม สส.พรรคกล้าธรรม เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคในการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้
ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมอยู่กันแบบพี่ แบบน้อง แบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใด ๆ ก็ตาม เราขอให้เป็นเอกฉันท์ว่ามาจาก มติ สส.ของพรรค ทั้ง 58 ชีวิต ตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นในทิศทางใด ยืนยันว่าต้องไปทิศทางเดียวกัน ห้ามแตกแถวเด็ดขาด ถ้าจะแตกแถว ให้แตกแถวในห้องประชุมนี้ เถียงกันในห้องประชุม และเมื่อได้มติฟังเสียงคนส่วนใหญ่แล้วด้วยเหตุผล ก็จะต้องไปโหวตในทิศทางเดียวกัน นี่คือหลักการของพรรค
ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า ณ เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริง ๆ ปัญหาอะไรก็ตาม ที่จะพูดในสภา พูดแล้วให้มันเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ของท่าน เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง พูดได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ แต่ถ้าพูดเรื่องส่วนตัว พยายามอย่าไปพูด เพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้บรรยากาศทางการเมืองเป็นการเมืองน้ำเน่า เราต้องมีหลักการ ดังนั้น ขอย้ำว่าในแต่ละสัปดาห์ ที่มีการประชุมสภา ก็ต้องมี สส.ของเราทำหน้าที่ ที่เป็นตัวแทนประชาชน คอนเทนต์ต่าง ๆ วาระที่เราจะต้องยื่นญัตติ เราจะมีแบ็คอัพให้เพื่อพูดตามหลักการและข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่พูดโดยไม่มีหลักการ ไม่มีข้อมูล ไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อหารือทางออกวิกฤตปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งทางพรรคกล้าธรรมเตรียมไว้แล้ว โดย ร้อยเอก ธรรมนัส ระบุว่า ปัญหาใหญ่ตอนนี้เป็นปัญหาเรื่องน้ำมัน ที่ภาคการเกษตรและเกษตรกรภาคเหนือเองก็รวมตัวกันเพื่อจะมาประท้วง ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตอนนี้เราไม่รู้ว่าสงครามจะเลิกเมื่อไหร่ ปัญหาคือกลุ่มธุรกิจพลังงานก็กลัวจะซื้อของแพงแล้วมาขายถูก ตอนสงครามสงบ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาน้ำมันไม่จบภายใน1-2 เดือน ซึ่งจะเป็นเรื่องยาว
ในฐานะที่เราเป็น สส. ตนเชื่อว่าหลายคนโดยเฉพาะประชาชนในต่างจังหวัดที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ ตอนนี้ทางผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดก็มีการบริหารจัดการน้ำมันในแต่ละจังหวัด ถ้าถามว่าการแก้ปัญหาแบบนี้มันเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หากประเทศที่เขารู้วิธีการแก้ปัญหา โดยเฉพาะรู้ว่าเกิดสงคราม รัฐต้องรีบสต๊อกน้ำมัน เพื่อเพื่อให้โรงกลั่นเอาไปกลั่น ส่วนตอนนี้เราเลือกวิธีการแก้ปัญหาด้วยการพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งมันพยุงได้ไม่นาน ขณะนี้เงินของกองทุน น้ำมันตอนนี้ก็ติดลบอยู่ แต่ตนไม่มั่นใจว่าตัวเลขเท่าใด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะในฐานะที่เป็น สส.อยู่ในสภา ก็ต้องเปิดไมค์พูด อย่างน้อยเป็นปากเป็นเสียงตามที่สัญญากับประชาชนไว้ว่า เราคือตัวแทนของประชาชนฐานราก ผู้มีรายได้น้อยหรือคนทำงาน ซึ่งที่หาเสียงว่าจะขอเป็นส่วนหนึ่ง 10% ถึง 15% ซึ่งตอนนี้มีจำนวน สส.ทั้งหมด 58 คน คิดเป็น 12% ของสภาฯ จึงอยากให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ตรงนี้โดยเฉพาะ สส. ที่เป็นสมัยแรก ต้องสร้างบทบาทของตัวเอง ตนเห็นหลายคนเวลาไปปราศรัยที่ผ่านมา ซึ่งการพูดและการปราศรัยก็มีหลักการอยู่ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคอนเทนท์ต่าง ๆ พรรคก็มีแบคอัพอยู่ จึงขอฝากไว้ด้วย
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง