20 มี.ค. 69 - กมธ.การพลังงาน วุฒิสภา หารือ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายระบบจำหน่ายและสายจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง แนะวางแผนโครงข่ายระยะยาว เสริมความรู้ประชาชน มุ่งสู่ระบบพลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

image

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะ เข้าหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ณ สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร โดยมีนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้บริหาร ให้การต้อนรับ

          คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น ภาพรวมระบบไฟฟ้าของ กฟภ. ซึ่ง กฟภ. มีบทบาทสำคัญในการรองรับการเชื่อมต่อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าที่เชื่อมต่อและรอเชื่อมต่อในหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) รวมกว่า 10,417 เมกะวัตต์ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) รวมกว่า 5,324 เมกะวัตต์ และกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองและจำหน่ายส่วนเกิน (IPU/IPS) รวมกว่า 4,621 เมกะวัตต์ โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์และการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ระดับชุมชน ตั้งเป้ารับซื้อไฟฟ้า 1,500 เมกะวัตต์ เพื่อกระจายรายได้สู่ฐานราก ลดภาระค่าไฟฟ้า และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยมีหลักเกณฑ์ครอบคลุมด้านพื้นที่ การเงิน แผนงาน และความพร้อมด้านเทคโนโลยี ควบคู่กับมาตรการภาษีส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบ On-Grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp วงเงินลดหย่อนสูงสุด 200,000 บาท ใช้สิทธิได้ถึงปี 2571

          ด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฟภ. เร่งยกระดับโครงข่ายไฟฟ้ารองรับพลังงานหมุนเวียนและการซื้อขายไฟฟ้าเสรี ทั้งการเปิดให้เอกชนใช้โครงข่ายพร้อมกำหนด Wheeling Charge ทดลองตลาดซื้อขายไฟฟ้าและใบรับรอง REC รวม 12 โครงการ และทดสอบเทคโนโลยี Smart Grid ขณะที่ภาคประชาชนมีโครงการโซลาร์เสรีรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน เป้าหมาย 300 เมกะวัตต์ ครอบคลุมกว่า 60,000 ครัวเรือน พร้อมติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานสำหรับพื้นที่ห่างไกลอีก 10 ชุมชน

          สำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต มีการศึกษาการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและสีน้ำเงินสำหรับพื้นที่เกาะและศูนย์ข้อมูล รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR กำลังผลิตไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญคือการปรับกฎระเบียบรองรับธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ เปิดโอกาสให้เอกชนมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพโครงข่าย และส่งเสริมการวิจัยเทคโนโลยีพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศและสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานในระยะยาว  

          คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดทำแผนพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าระยะยาวเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง ภาคอุตสาหกรรม และเขตเศรษฐกิจใหม่ พร้อมนำระบบ Smart Grid และระบบควบคุมแบบ Real-Time มาใช้งาน ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับโครงการโซลาร์ภาคครัวเรือน พัฒนาการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเชิงป้องกันและเชิงพยากรณ์เพื่อลดความเสี่ยงไฟฟ้าขัดข้อง รวมถึงสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์และปรับปรุงโครงข่ายให้รองรับพลังงานจากหลายแหล่ง ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามภารกิจ เพื่อผลักดันนโยบายพลังงานไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในอนาคต

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง 
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ