การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมพิจารณาวาระเรื่องด่วน ได้แก่ ญัตติด่วนจำนวน 6 ญัตติ ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับแนวทางการรับมือวิกฤตพลังงานและผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่กระทบต่อประเทศไทย ผู้เสนอญัตติประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางรับมือวิกฤตการณ์จากสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรรวบรวมและส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมัน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตการณ์การสู้รบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาน้ำมัน และราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น และ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน แก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ และปรับโครงสร้างหนี้ของประชาชนจากผลกระทบสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน
ภายหลังการเสนอญัตติทั้ง 6 เรื่อง ต่อที่ประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดโอกาสให้เสนอญัตติในคราวเดียวกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ก่อนเปิดโอกาสให้ผู้เสนอญัตติอภิปรายถึงสาระสำคัญของแต่ละข้อเสนอ ในระหว่างการพิจารณา นายณัฐวุฒิ บัวประชุม และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอต่อที่ประชุมว่า ในการพิจารณาญัตติด่วนครั้งนี้ เห็นควรให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อสภา เพื่อคลายความกังวลของประชาชน และทำให้การพิจารณาญัตติมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ตัวแทนวิปรัฐบาลกล่าวต่อที่ประชุมว่า หากนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องการแถลงหรือชี้แจงต่อที่ประชุม เป็นอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่จะพิจารณาอนุญาต อย่างไรก็ดี ญัตติด่วนที่กำลังพิจารณาในวันนี้เป็นการหารือปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล ไม่ใช่กระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีหรือรัฐบาล และหากในอนาคตจะมีการตั้งกระทู้ถามสดในประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง ตนไม่ขัดข้อง
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเพิ่มเติมว่าในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไม่ได้มีการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารอย่างเด็ดขาด โดยมาตรา 164 ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของตน และมาตรา 168 กำหนดว่า แม้รัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งภายหลังการยุบสภาแล้ว ก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ ดังนั้น จึงเห็นว่าไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารัฐมนตรีในรัฐบาลที่พ้นตำแหน่งหลังการยุบสภายังคงต้องทำหน้าที่และรับผิดชอบต่อสภา พร้อมเรียกร้องให้มีตัวแทนฝ่ายบริหารเข้ามารับฟังและชี้แจงต่อที่ประชุม
อย่างไรก็ตาม นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า ประเด็นการเข้ามาชี้แจงเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ซึ่งประธานสภาไม่อาจบังคับให้ผู้ใดมาชี้แจงได้ จากนั้นจึงได้เปิดโอกาสให้ผู้เสนอญัตติอภิปรายต่อไป เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและส่งต่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง